“Mirae Asset” คาดศก.เวียดนามฟื้นตัวไตรมาส 4

Mirae Asset บริษัทบริหารสินทรัพย์รายใหญ่ของประเทศเกาหลีใต้ คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเวียดนามมีแนวโน้มขยายตัว 4% ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ และ 2.3% ทั้งปี 2564 หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 หดตัว 6.17% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้เชี่ยวชาญของบริษัท มองว่าเศรษฐกิจเวียดนามจะประสบความสำเร็จในระดับที่สูงขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนภาครัฐและการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) รวมถึงการกลับมาเปิดเศรษฐกิจอีกครั้งในช่วง 3 เดือนที่เหลือของปีนี้ ทั้งนี้ รัฐบาลเวียดนามค่อยๆ ที่จะผ่อนคลายมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมและเปิดเศรษฐกิจพื้นที่บางส่วน พร้อมทั้งเร่งฉีดวัคซีน ในขณะเดียวกัน ถึงแม้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่ยอดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ไหลเข้าอย่างต่อเนื่องและคงรักษาอัตราการเติบโตเป็นเลขสองหลัก แสดงให้เห็นว่านักลงทุนต่างชาติยังคงเชื่อมั่นในบรรยากาศทางธุรกิจของประเทศ

ที่มา : https://english.vov.vn/en/economy/vietnams-economy-to-rebound-in-quarter-4-mirae-asset-896914.vov

 

‘เวียดนาม’ คาดเศรษฐกิจปี 64 โต 2.1%

นาย Nguyen Xuan Thanh ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่าถึงแม้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ปรับตัวลดลงอย่างมากในไตรมาสสุดท้าย แต่เศรษฐกิจเวียดนามอาจขยายตัว 2.1% ในปีนี้ หากเวียดนามกลับมาเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกครั้งและใช้ชีวิตร่วมกับโควิด-19 ได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ คุณ  Vo Tan Thanh รองผู้อำนวยการของสำนักงาน VCCI ชี้ว่าการระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 4 ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจเวียดนาม อ้างมาจากตัวเลขจีดีพีไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ลดลง 6.17% ในขณะที่ธุรกิจส่วนใหญ่ 94% ทั่วประเทศประสบปัญหาจากการได้รับผลกระทบเชื้อไวรัส โดยเฉพาะธุรกิจในภาคใต้ที่ขาดทุนอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม เวียดนามจำเป็นต้องเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและยกเลิกมาตรการเว้นระยะทางสังคม พร้อมกับการใช้นโยบายการเงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ที่มา : https://english.thesaigontimes.vn/vietnams-gdp-growth-predicted-at-2-1-this-year/

 

นักลงทุนต่างชาติ เชื่อมั่นเศรษฐกิจเวียดนามฟื้นตัว

หนังสือพิมพ์ Dau Tu (Viet Nam Investment Review) รายงานว่านักลงทุนต่างชาติเข้ามาขยายการลงทุนเพิ่มเติม เพื่อขยายการผลิตในเวียดนาม สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของเวียดนาม อีกทั้ง ทางฝั่งของบริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติสวิส “เนสท์เล่ (Nestle)” ชี้ว่ากำลังทุ่มเงินเพิ่มอีกกว่า 130 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้มูลค่าการลงทุนในเวียดนามเพิ่มขึ้นเป็น 730 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากบริษัทอย่างเนสท์เล่แล้ว ยังมีบริษัทต่างชาติอื่นๆ ที่คงรักษาการดำเนินงานในเวียดนามต่อไป แม้จะเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) มองว่าถึงแม้เวียดนามจะเผชิญกับความท้าทายหลายอย่างในปัจจุบันที่เกิดจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส แต่ธุรกิจญี่ปุ่นในเวียดนามจะพยายามปรับตัวและพัฒนาระบบการผลิตในสถานการณ์ใหม่ นอกจากนี้ หอการค้ายุโรปในเวียดนาม ชี้ว่านักธุรกิจยุโรปยังคงเชื่อมั่นต่อรัฐบาลเวียดนามว่าจะประสบความสำเร็จในการควบคุมไวรัสโควิด-19 และตั้งใจที่จะรักษาการดำเนินงานในเวียดนามอีกต่อไป

ที่มา : https://en.vietnamplus.vn/foreign-investors-keep-trust-in-vietnams-recovery/208690.vnp

 

‘เวียดนาม’ ผ่อนคลายมาตรการคุมโควิด-19 เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัส

นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ฟาม มินห์ จินห์ กล่าวว่าเวียดนามเตรียมที่จะผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และอนุญาตให้ธุรกิจเริ่มดำเนินกิจการได้ในสัปดาห์หน้า เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวนั้น เกิดขึ้นหลังจากอัตราการเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสต่อวันลดลง และด้วยจำนวนผู้ป่วยรายใหม่อยู่ที่ 9,682 ราย (เมื่อวันเสาร์) ถือว่าเป็นวันที่สามติดต่อกันที่มีอัตราการติดเชื้อต่ำกว่า 10,000 ราย นอกจากนี้ เวียดนามมีประชากรกว่า 98 ล้านคน โดยปัจจุบันอยู่ในช่วงเร่งฉีดวัคซีน ถึงแม้ว่าจำนวนการฉีดวัคซีนอยู่ที่ 700,000 โดสต่อวัน แต่อัตราการฉีดวัคซีนของเวียดนาม อยู่ที่ 7.61% ถือว่าต่ำที่สุดในภูมิภาค

ที่มา : https://tuoitrenews.vn/news/business/20210926/vietnam-to-relax-covid19-restrictions-to-revive-pandemichit-economy/63280.html

 

‘ธุรกิจต่างชาติ’ หวังเวียดนามจะกลับมาเปิดเศรษฐกิจ

ตามจดหมายของกลุ่มสมาคม อาทิ หอการค้าสหรัฐฯ (AmCham), หอการค้ายุโรป (EuroCham), หอการค้าเกาหลีใต้ (KoCham) และสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน ได้ชื่นชมทิศทางการดำเนินงานเพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสของนายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม โดยกลุ่มนี้ประเมินว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่เวียดนามต้องดำเนินมาตรการเพื่อรักษาระดับความสามารถทางการแข่งขันในภูมิภาคและโลก ตลอดจนต่อสู้กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสและสร้างความมั่นใจในการพัฒนาเศรษฐกิจ ทั้งนี้ สมาคมต่างๆ ยืนยันว่ากิจการต่างชาติต้องการแผนงานที่ชัดเจนของรัฐบาลในการกลับมาเปิดเศรษฐกิจ ส่วนประเด็นของวัคซีนนั้น สมาคมต้องการให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนแก่บุคลากรทางการแพทย์ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้ส่งสินค้า ผู้ค้าปลีก เภสัชกรและคนงานในนิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น โดยเฉพาะแรงงานในภาคใต้ของเวียดนาม

ที่มา : https://vietnamtimes.org.vn/foreign-businesses-expect-vietnam-to-reopen-its-economy-36028.html

 

‘นครโฮจิมินห์’ อยู่ภายใต้แรงกดดันให้เปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง

นายเหวียน วัน เน็น เลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ กล่าวว่าเมืองโฮจิมินห์อยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาลต่อการเปิดเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งระดับความเลวร้ายของเศรษฐกิจและความทุกข์ยากของประชาชนถึงขีดจำกัดแล้ว เป็นผลมาจากมาตรการล็อกดาวน์ที่ยืดเยื้อ ทำให้เมืองต้องปรับแผนที่จะเปิดเมืองอีกครั้งและใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส ทั้งนี้ ผู้อำนวยการโรงเรียนการนโยบายสาธารณะและการจัดการ กล่าวว่าการเปิดเมือง เพื่อเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่งคงทางสังคมกลายมาเป็นเรื่องเร่งด่วนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากภาคธุรกิจและประชาชน โดยเฉพาะผู้คนยากจนต้องแสวงหาทางรอด ท่ามกลางการล็อกดาวน์

ที่มา : https://english.vov.vn/en/economy/hcm-city-under-pressure-to-reopen-economy-municipal-leader-891877.vov

 

‘HSBC’ ชี้เวียดนามคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจในด้านการลงทุน

ธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC) ได้เปิดเผยสถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคในเดือนกันยายน 2564 ว่าตลาดเวียดนามจะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดของนักลงทุนต่างชาติในอนาคตข้างหน้า อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจเวียดนาม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเครื่องหนังและรองเท้า ทั้งนี้ สมาคมเครื่องหนังรองเท้าและกระเป๋าถือของเวียดนาม (LEFASO) ระบุว่าผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปมากกว่า 30% ระงับการผลิต ส่งผลให้ยอดการส่งออกเสื้อผ้าในเดือนสิงหาคมลดลง 4.5% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน แต่ว่ายอดการส่งออกโทรศัพท์และชิ้นส่วน พุ่งสูงขึ้นอย่างมากในเดือนสิงหาคม อัตราการเติบโต 11% ต่อปี ในขณะที่ยอดการส่งออกคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ลดลง 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าเวียดนามจะเผชิญกับความท้าทายที่เกิดขึ้น ธนาคารเอชเอสบีซีมองว่าเวียดนามคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจของนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากเวียดนามมีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง

ที่มา : https://english.vov.vn/en/economy/vietnam-continues-to-be-attractive-investment-destination-hsbc-889966.vov

‘เวียดนาม’ ตั้งเป้าสัดส่วนมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัล 20% ของ GDP

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่าเวียดนามเร่งตัวให้ทันตามเศรษฐกิจดิจิทัลโลกและอีคอมเมิร์ซ ขณะที่เว็บไซต์ของรัฐบาล อ้างจากร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้สัดส่วนของเศรษฐกิจดิจิทัล คิดเป็น 20% GDP ภายในปี 2568 อีกทั้ง สมัชชาแห่งชาติได้กำหนดเป้าหมายภาคดิจิทัลไว้ที่ 30% ของ GDP ปี 2573 นับว่าเป็นการตั้งเป้าหมายไว้สูงมาก เนื่องจากเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในปัจจุบัน มีสัดส่วนเพียง 8.2% ของ GDP นอกจากนี้ Euromonitor International ยังได้ประมาณการว่าอีคอมเมิร์ซ มีสัดส่วนเพียง 3% ของตลาดค้าปลีกเวียดนามในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นมูลค่าที่น้อยที่สุดในบรรดาเศรษฐกิจหลักของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ที่มา : https://e.vnexpress.net/news/business/economy/vietnam-aims-digital-economy-to-represent-20-pct-of-gdp-4340822.html

ค้าเวียดนามปี 73 มีสัดส่วน 15% ของ GDP

ตามแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการค้าในประเทศภายในปี 64-73 มีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนการค้าในประเทศมาอยู่ 15-15.5% อีก 10 ปีข้างหน้า ภายใต้แผนดังกล่าวนั้น การค้าในประเทศจะเติบโตเฉลี่ย 9-9.5% ต่อปี และรายได้ทั้งมาจากการค้าปลีกและจากการบริการผู้บริโภค 13-13.5% โดยแผนดังกล่าวจะมุ่งไปที่การสร้างแบรนด์สินค้าเวียดนาม ตลอดจนปกป้องผลประโยชน์ของผู้บริโภค ธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้ง ส่วนราชการยังได้กำหนดให้มีการส่งเสริมการลงทุนและปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางการลงทุน เพื่อปรับให้เข้ากับหลักการการค้าใหม่ รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้มีความทันสมัยและยั่งยืน โดยเฉพาะพื้นที่ชนบท

ที่มา : https://english.vov.vn/en/economy/domestic-trade-to-make-up-15-of-gdp-by-2030-876968.vov

เศรษฐกิจเวียดนามโตแรงแซงหน้าสิงคโปร์ ปี 73

ผู้เชี่ยวชาญของธนาคารแห่งชาติสิงคโปร์ (DBS) กล่าวว่าเศรษฐกิจเวียดนามจะเติบโตราว 6-6.5% ในอีก 10 ปีข้างหน้า และด้วยอัตราการเติบโตดังกล่าวจะแซงหน้าสิงคโปร์ภายในปี 2573 โดยในปีที่แล้ว มูลค่าของเศรษฐกิจเวียดนามอยู่ที่ 34 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่สิงคโปร์มีมูลค่า 337.5 พันล้านเหรียญสหรัฐและมาเลเซีย 336.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้เวียดนามมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับที่ 40 ของโลก และติดอันดับที่ 4 ในภูมิภาคอาเซียน ตลอดจนตามรายงานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ชี้ว่าเวียดนามจะแซงหน้าทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ในปีนี้ ทั้งนี้ แม้ว่าจะเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอย่างมาก แต่เศรษฐกิจเวียดนามยังเติบโตได้ดีที่ 5.64%

ที่มา : https://en.nhandan.vn/business/item/10128302-vietnam%E2%80%99s-economy-to-surpass-singapore-s-by-2030-dbs-bank.html