โควิด-19 พ่นพิษ ค้าถั่วเมียนมาหยุดชะงัก

ภายหลังการคลังสินค้าในแต่ละเขตเมืองจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 การค้าขายถั่วพัลส์ต้องหยุดชะงักลง ส่งผลให้การส่งออกสินค้าเกษตรผ่านชายแดนไปยังจีนต้องถูกปิดตัว ทำให้ราคาถั่วเขียว งา และถั่วลิสงร่วงลงทันที อย่างไรก็ตาม ราคาถั่วดำและถั่วแระยังคงสูงตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นของตลาดอินเดีย ข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ระบุว่ามีการส่งออกถั่วต่างๆ มากกว่า 1.66 ล้านตัน ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.63 ถึง 9 ก.ค.64 ของปีงบประมาณ 63-64 โดยมีมูลค่าประมาณ 1.29 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภาคเกษตรกรรมถือเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจเมียนมาโดยคิดเป็น 30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกข้าวเปลือก ข้าวโพด ฝ้าย อ้อย ถั่วต่างๆ และถั่วต่างๆ ซึ่งถั่วพัลส์ ซึ่งคิดเป็น 33% ของผลผลิตทางการเกษตรและครอบคลุม 20% ของพื้นที่เพาะปลูก ส่วนถั่วดำ ถั่วลันเตา และถั่วเขียว คิดเป็น 72% ของพื้นที่เพาะปลูกถั่วทั้งประเทศ

ที่มา: https://cdn.myanmarseo.com/file/client-cdn/2021/07/27_July_21_gnlm.pdf

ค้าชายแดนเมียนมา-อินเดีย พุ่ง 110 ล้านดอลลาร์

มูลค่าการค้าชายแดนระหว่างเมียนมาและอินเดียอยู่ที่ 193 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.63 ถึง 9 ก.ค.64 ของปีงบประมาณ 2563-2564 เพิ่มขึ้น 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งโดยการส่งออกของ 191.89 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และการนำเข้า 1.52 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แม้จะมีการปิดด่านชายแดน ซึ่งการค้าชายแดนส่วนใหญ่ผ่านชายแดนทามู และด่าน Reed ในรัฐชิน ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.63 ถึง 9 ก.ค.64 การค้าผ่านชายแดนทามูมีมูลค่ารวมกว่า 32.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเป็นการส่งออก 31.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และนำเข้า 0.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนการซื้อขายผ่านด่านชายแดน Reed อยู่ที่ 160.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยส่งออกมีมูลค่า 160.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และนำเข้า 0.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้เมียนมาส่งออกถั่วเขียว ถั่วแระ ถั่วเขียว ถั่วลันเตา ขิง หญ้าฝรั่น ขมิ้น ใบกระวาน ผลิตภัณฑ์ประมง ผลไม้ ขณะเดียวกันสินค้านำเข้าได้แก่ ยา เค้กน้ำมัน เครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ เหล็ก เครื่องจักรก่อสร้างอื่นๆ และวัสดุก่อสร้าง

ที่มา: https://www.gnlm.com.mm/myanmar-india-border-trade-up-by-110-mln-as-of-9-july/

เกษตรกรปลื้ม พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่ออกไข่ได้ราคาดี

ผู้เลี้ยงไก่จังหวัดหมื่นบู้ เขตมะกเว เปิดเผยว่ายอดขายไข่ไก่เพิ่มขึ้นเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ที่เริ่มควบคุมสถานการณ์ได้ดีขึ้น โดยราคาเพิ่มขึ้นตามคาดของไข่ เล็ก กลาง และใหญ่ เป็น 180, 200 และ 220 จัตต่อฟองจากเดิม 80, 100 และ 120 จัตต่อหนึ่งฟอง ในส่วนการเลี้ยงพ่อพันธุ์แม่พันธุ์มีกาไรน้อยลงเนื่องจากต้นทุนสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องเจอกับปัญหาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่ล้มตาย จากสภาพอากาศแปรปรวน อีกทั้งราคาอาหารไก่ก็สูงขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ในแต่ละหมู่บ้านมีฟาร์มไก่ 3-4 แห่ง เป็นฟาร์มที่เลี้ยงในครัวเรือนในขณะที่บางรายเลี้ยงแบบเกษตรพันธสัญญาร่วมกับบริษัทต่างชาติ

ที่มา : https://www.gnlm.com.mm/poultry-breeders-get-good-price-of-eggs/

ค้าชายแดนไทย-เมียนมา ดิ่งฮวบ !

กระทรวงพาณิชย์เมียนมา เผย การค้าชายแดนไทย-เมียนมาลดลง 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.63 ถึง 9 ก.ค.64 ของปีงบประมาณปัจจุบัน ซึ่งการค้าไทย-เมียนมาทั้ง 7 ด่านชายแดนแตะ 3.26 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปีงบประมาณปัจจุบัน ลดลงจากปีก่อน 3.27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากด่านการค้าชายแดนทั้ง 7 แห่ง ได้แก่ ท่าขี้เหล็ก เมียวดี คอทุ่ง มะริด ตีกี มอตอง และแม่สาย โดยการส่งออกจะเป็นสินค้าเกษตร ป่าไม้และสัตว์ แร่ธาตุ สินค้าที่ผลิต และสินค้าเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ ส่วนการนำเข้าสินค้าจะเป็น ยา เครื่องสำอาง อาหารและเครื่องดื่ม เครื่องเขียน รองเท้า เสื้อผ้า เครื่องจักร และสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ การค้าระหว่างเมียนมาและ 4 ประเทศเพื่อนบ้านระหว่างวันที่ 1 ต.ค.63 ถึง 9 ก.ค.64 มีมูลค่ากว่า 8.44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 392 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ที่มา : https://www.gnlm.com.mm/thai-myanmar-border-trade-decreases/#article-title

ส่งออกประมงเมียนมาลดฮวบ 606 ล้านดอลลาร์ฯ

กระทรวงพาณิชย์ เผย รายได้จากการส่งออกภาคประมงในช่วงเก้าเดือน (1 ตุลาคม-9 กรกฎาคม) ของปีงบประมาณ 63-64 ลดลงเหลือ 606 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 113 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 719 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีที่แล้ว เนื่องจากผลกระทบของโควิด-19 และอุปสรรคในการขนส่ง จีนเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ของเมียนมาร์ คิดเป็นมูลค่า 254 ล้านดอลลาร์สหรัฐสหรัฐ แต่ปัจจุบันได้พื้นที่ชายแดน ทั้งนี้ภาคประมงต้องพึ่งพาการค้าทางทะเลเท่านั้น สมาพันธ์ประมงแห่งเมียนมา (MFF ) ระบุว่ามีเพียงข้อตกลง G2G เท่านั้นที่สามารถแก้ไขปัญหาในการส่งออกได้ ในช่วงปีงบประมาณ 62-63  MFF คาดว่าจะมีรายได้มากกว่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเป้าหมายการส่งออกสินค้า เช่น ปลา กุ้ง และปู ไปยังตลาดใน 40 ประเทศ ได้แก่ จีน ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไทย และประเทศในสหภาพยุโรป ปัจจุบันเศรษฐกิจยังต้องพึ่งพาภาคการเกษตรเป็นอย่างมาก โดยภาคประมงมีส่วนสำคัญต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) หากสามารถส่งเสริมเทคโนโลยีการแปรรูปได้ ก็จะส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศและสร้างรายได้ให้กับผู้มีที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น

ที่มา: https://www.gnlm.com.mm/fishery-exports-plummet-to-606-mln-as-of-9-july/

ค้าชายแดนของเมียนมาทะลุ 8.4 พันล้านดอลลาร์ ในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบฯ 63-64

ณ วันที่ 9 ก.ค.64 ของปีงบประมาณ 63-64 การค้าชายแดนของเมียนมาทะลุ 8.44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคู่ค้าสำคัญได้แก่ บังคลาเทศ อินเดีย ไทย และจีน ซึ่งการค้าโดยรวมมีมูลค่ากว่า 23.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วประมาณ 5.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นการส่งออกมีมูลค่า 5.67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 2.77 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยด่านชายแดนมูเซติดอันดับชายแดนที่มีมูลค่าการค้าสูงสุด คือ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาคือเมียวดีที่ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ สินค้าจากฟาร์ม สัตว์ ทะเล ป่าไม้ เหมืองแร่ สินค้าCMP (Cutting Making และ Packaging) ส่วนการนำเข้าคือสินค้าทุน วัตถุดิบอุตสาหกรรม สินค้าส่วนบุคคล และวัตถุดิบเพื่อผลิตสินค้า CMP เป็นหลัก

ที่มา: https://www.gnlm.com.mm/myanmars-border-trade-reaches-over-8-4-bln-in-first-ten-months-of-fy2020-21/#article-title