ผู้นำเข้าสุกรในกัมพูชา เร่งเจรจารัฐบาลอนุมัติการนำเข้าสุกรมีชีวิตเพิ่มขึ้น

ผู้นำเข้าสินค้าปศุสัตว์กำลังเร่งเจรจารัฐบาลเพื่อให้สามารถนำเข้าสุกรมายังกัมพูชาได้มากขึ้น โดยบริษัท 4 แห่ง ได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขออนุญาตนำเข้าสุกร ซึ่งคาดว่าผู้บริโภคจะได้ประโยชน์จากราคาเนื้อสุกรที่ถูกกว่าราคาในปัจจุบัน และจากยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้น จะทำให้รัฐบาลมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีก 3 ล้านดอลลาร์ต่อปี รวมถึงเกษตรกรในท้องถิ่นจะได้รับประโยชน์จากการแข่งขันในตลาดเสรี แต่จะต้องเข้มงวดและเฝ้าระวังการเกิดโรคที่ทำให้สุกรของเกษตรกรกัมพูชาไม่มีผู้ซื้อ จนถึงขั้นทำให้สูญเสียรายได้ของเกษตรกร โดยการนำเข้าสุกรที่มีชีวิตจากเวียดนามไปยังกัมพูชานั้นถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายเนื่องจากเกิดการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ในปี 2019 ซึ่งกัมพูชาอนุญาตให้นำเข้าสุกรที่มีชีวิตได้จากประเทศไทยภายใต้การควบคุมด้านสุขภาพที่เข้มงวดเท่านั้น

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50918764/livestock-conflict-brewing-between-pig-farmers-importers-and-officials/

กัมพูชานำเข้าสุกรลดลงอย่างมาก เนื่องจากเกษตรกรหันมาเพาะเลี้ยงเอง

กัมพูชานำเข้าเนื้อหมูลดลงเนื่องจากเกษตรกรในท้องถิ่นเริ่มเพาะเลี้ยงหมูมากขึ้น เพื่อใช้ประโยชน์จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในช่วงของการแพร่ระบาด โดยประธานสมาคมผู้เลี้ยงปศุสัตว์กัมพูชา กล่าวว่าการนำเข้าเนื้อหมูที่ลดลง เนื่องจากอุปทานในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งในปัจจุบันอุปทานสุกรในตลาดท้องถิ่นจากเกษตรกรและผู้เพาะพันธุ์อยู่ที่ประมาณร้อยละ 85 ส่วนอีกร้อยละ 15 คือหมูที่ต้องทำการนำเข้า โดยปริมาณเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสุกรในประเทศมากขึ้น เนื่องจากผู้คนจำนวนมากตกงานในช่วงของการระบาดใหญ่ที่ได้หันไปเลี้ยงปศุสัตว์เป็นทางเลือก เนื่องจากราคาสุกรและสัตว์ชนิดอื่นๆ มีราคาสูงในปัจจุบัน

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50897550/pig-imports-fall-to-15-percent-of-demand-as-more-turn-to-farming/

ธุรกิจเวียดนาม 8 ราย ได้รับอนุญาตนำเข้าสุกรจากไทย

จากรายงานของกรมอนามัยสัตว์เวียดนาม ภายใต้กระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบท เปิดเผยว่ามีผู้ประกอบการเวียดนาม 8 รายที่ได้รับอนุญาติในการนำเข้าสุกรมีชีวิตจากประเทศไทย จำนวนมากกว่า 1.9 ล้านตัว ซึ่งปัจจุบัน มีธุรกิจรายหนึ่งได้ทำการกักกันสุกรที่นำเข้าจากไทย เพื่อเตรียมเชือดเป็นอาหาร อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น ทางกระทรวงอนุญาตให้สามารถนำเข้าสุกรมีชีวิตจากประเทศไทยได้ เพื่อที่จะเพาะพันธุ์และเชือดเป็นอาหาร ตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. นอกจากนี้ กรมอนามัยสัตว์ได้ออกแนวทางเกี่ยวกับมาตรการ/กฎระเบียบสุขอนามัยของการนำเข้าสุกร เพื่อป้องกันการแพร่ระบาคของโรคระบาดสัตว์และสร้างความมั่นใจถึงสถานะของฝูงสัตว์ในประเทศ นับว่าเป็นครั้งแรกที่เวียดนามอนุญาติให้มีการนำเข้าสุกรมีชีวิต

ที่มา : https://english.vov.vn/economy/eight-vietnamese-businesses-eligible-to-import-pigs-from-thailand-415032.vov

เวียดนามนำเข้าเนื้อสุกรพุ่งสูงขึ้น 200%

จากข้อมูลของกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบท เปิดเผยว่าในวันที่ 15 มีนาคม เวียดนามนำเข้าเนื้อสุกรประมาณ 25,300 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 205 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เป็นผลมาจากการขาดแคลนผลผลิตเนื้อสุกรและการแพร่ระบาดของไข้อหิวาต์สุกรแอฟริกัน (ASF) โดยส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศแคนาดา คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 29 ตามมาด้วยเยอรมัน, โปแลนด์, บราซิลและสหรัฐอเมริกา ในขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีเรียกร้องให้กระทรวงข้างต้นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินมาตรการเรื่องลดราคาเนื้อสุกร ทั้งนี้ ทางกระทรวงฯ ขอความร่วมมือกับบริษัทปศุสัตว์รายใหญ่ให้ปรับลดราคาสุกรมีชีวิตอยู่ที่ 70,000 ด่งต่อกิโลกรัม (3 ดอลลาร์สหรัฐ) ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์เรียกร้องกับทางกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าให้ช่วยเหลือธุรกิจเวียดนามในการหาแหล่งวัตถุดิบจากการนำเข้าท่ามกลางสถานการณ์ไวรัสโคโรนา ซึ่งขัดขวางการค้าผ่านชายแดน นอกจากนี้ จากสถิติของกระทรวง ระบุว่าจำนวนสุกรทั่วโลกรวม 678 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของเดือนที่แล้ว โดยในช่วงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เวียดนามนำเข้าเนื้อกระบือเพิ่มขึ้นร้อยละ 128 ปริมาณอยู่ที่ 19,356 ตัน, เนื้อวัว (14,160 ตัน,เพิ่มขึ้นร้อยละ 217) และเนื้อสัตว์ปีก (48,300 ตัน,เพิ่มขึ้นร้อยละ 86)

ที่มา : https://english.vov.vn/economy/vietnams-pork-imports-up-over-200-411457.vov

เวียดนามนำเข้าสุกรอย่างมาก เนื่องจากไข้หวัดหมูระบาดหนัก

จากข้อมูลของกรมศุลกากรเวียดนาม เปิดเผยว่าในช่วงกลางเดือนตุลาคมของปีนี้ นครโฮจิมินห์นำเข้าเนื้อหมูกว่า 10,820 ตัน คิดเป็นมูลค่า 21.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 155 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งประเทศบราซิล สหรัฐอเมริกาและโปแลนด์ เป็นผู้ส่งออกเนื้อหมูรายใหญ่ แบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ได้แก่ กระดูก และคอหมู ไปยังตลาดเวียดนาม ในราคาที่ต่ำกว่าในประเทศ อย่างไรก็ตาม เวียดนามต้องการเนื้อหมูสดมากกว่า ดังนั้น การนำเข้าเนื้อแช่แข็งจึงนิยมใช้สำหรับอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก เป็นต้น โดยมีเพียงธุรกิจไม่กี่แห่งที่สามารถนำเข้าเนื้อหมูที่มีคุณภาพในการสต๊อกสินค้าได้ นอกจากนี้ จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่าในช่วงเดือนมกราคม-กันยายน ในปีนี้ เวียดนามนำเข้าเนื้อหมู 14,824 ตัน หรือคิดเป็นมูลค่าราว 220 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และการสต๊อกเนื้อหมูในประเทศลดลงร้อยละ 19 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ที่มา :  https://english.vov.vn/economy/imported-pork-floods-vietnam-after-swine-flu-cull-405080.vov