สปป.ลาวมีมูลค่าการค้า 932 ล้านดอลลาร์ ขาดดุล 62 ล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย.

สปป.ลาวมีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 932 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนที่แล้ว แต่ขาดดุลการค้า 62 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากมูลค่าการนำเข้า 497 ล้านดอลลาร์สูงกว่ามูลค่าการส่งออก 435 ล้านดอลลาร์ โดยสปป.ลาวมีสินค้าส่งออกสำคัญคือ แร่ทองแดง กล้วย ทองผสม มันสำปะหลัง เสื้อผ้า กาแฟดิบ น้ำตาล ยาง ผลไม้ (แตงโม เสาวรส และมะขาม) และไม้แปรรูปเป็นหลัก ด้านสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ ยานยนต์ (นอกจากรถจักรยานยนต์และรถแทรกเตอร์) อุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ ดีเซล เครื่องกล (นอกเหนือจากยานยนต์) เหล็กกล้า ผลิตภัณฑ์เหล็กกล้า น้ำมันเชื้อเพลิงเกรดพรีเมียมและเกรดปกติ ชิ้นส่วนรถยนต์ (รวมถึงยางรถยนต์ แก้ว) และโซ่) ผลิตภัณฑ์พลาสติก ปุ๋ย และเศษอาหารจากโรงงานโดยมีประเทศคู่ค้าที่สำคัญคือประเทศจีนมีมูลค่าสินค้า 158 ล้านดอลลาร์  จีนยังคงเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของสปป.ลาว ในขณะที่ไทยยังคงเป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้าหลักของสปป.ลาว โดยการนำเข้ามีมูลค่ารวม 225 ล้านดอลลาร์ในเดือนที่แล้ว

ที่มา : https://www.phnompenhpost.com/business/laos-books-932m-trade-value-62m-deficit-june

สหภาพยุโรปให้คำมั่นสัญญา 42.9 ล้านยูโรเพื่อจัดการกับผลกระทบของ Covid-19 ต่อการศึกษาและโภชนาการ

สหภาพยุโรป (EU) จะให้เงิน 42.9 ล้านยูโรแก่สปป.ลาว เพื่อจัดการกับผลกระทบของการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ที่มีต่อการศึกษาและโภชนาการ เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรป เข้าเยี่ยมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง Mr Bounchom Oubonpaseuth เพื่อแจ้งให้เขาทราบถึงผลในเชิงบวกของการประเมินโครงการสนับสนุนงบประมาณการศึกษาและโภชนาการของสหภาพยุโรป เงินทุนดังกล่าวจะจัดสรรเงิน 26.4 ล้านยูโร (318 พันล้านกีบ) สำหรับโครงการสนับสนุนงบประมาณการศึกษาและ 16.4 ล้านยูโร (197 พันล้านกีบ) สำหรับการสนับสนุนงบประมาณด้านโภชนาการสอดคล้องกับยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการด้านโภชนาการแห่งชาติ สปป. ลาว” การสนับสนุนนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับการขาดดุลงบประมาณหรือภาระผูกพันทางการเงินแต่เป็นการช่วยให้รัฐบาลรับมือกับวิกฤตโควิด-19 และความต้องการของนักเรียนและประชากรที่อ่อนแอของสปป.ลาว

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_EU142.php

เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสปป.ลาวคาดหวังให้สปป.ลาวได้วัคซีนโควิด-19 เพิ่มขึ้นจากสหรัฐฯ

ดร.ปีเตอร์ เอ็ม เฮย์มอนด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสปป.ลาว กล่าวว่า วัคซีนโควิด-19 ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ จะมาถึงสปป.ลาวในอนาคต เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้คนในสปป.ลาวจากไวรัสโควิด-19 ผ่านโครงการ COVAX Facility มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นความร่วมมือระดับโลกที่มีเป้าหมายเพื่อให้แน่ใจว่ามีการเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 อย่างเท่าเทียมกัน การสนับสนุนจากสหรัฐฯ จะทำให้ประสิทธิภาพการฉีดวัคซีนในสปป.ลาวเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ปัจจุบันสปปป.ลาวสามารถฉีดวัคซีนเข็มแรกให้กับประชาชนไปแล้วกว่าร้อยละ 50 ของประชาทั้งหมดและหากได้รับวัคซีนเพิ่มเติมที่มีกำหนดรับในเดือนนี้ สปป.ลาวจะสามารถฉีดเข็มสองให้กับประชาชนได้ครอบคลุมกว่าร้อยละ 50 ภายในปีนี้ การเร่งฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในตามหลักทางการแพทย์นั้น จะทำให้สปป.ลาวสามารถจบปัญหากับโควิดเร็วและจะเร่งกลับมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เร็วกว่าประเทศอื่นๆ ในอาเซียน การสนับสนุนวัคซีนผ่านโครงการดังกล่าวจึงถือเป็นปัจจัยสำคัญในการที่จะทำให้สปป.ลาวรอดพ้นจากสถานการณ์ที่ยากลำบากในปัจจุบัน

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_US141.php

ยอดติดเชื้อโควิดรายวันสปป.ลาวสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มระบาดในสปป.ลาว

ยอดผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 170 รายเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถือเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มระบาดในสปป.ลาว โดยยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ส่งผลให้ยอดรวมทั่วประเทศอยู่ที่ 3,710 ราย ขณะที่ปัจจุบันมีผู้ป่วย 1,222 รายรับการรักษาอยู่ ด้วยสถานการณ์ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นรัฐบาลสปป.ลาว ได้ขยายเวลาล็อกดาวน์ในพื้นที่เสี่ยงบางส่วนถึงวันที่ 3 สิงหาคม เพื่อลดจำนวนการติดเชื้อและควบคุมการระบาดของไวรัส ในขณะเดียวกันโปรแกรมการฉีดวัคซีนก็กำลังได้รับการเร่งเพื่อให้ครอบคลุม 50 เปอร์เซ็นต์ของประชากรภายในสิ้นปีนี้ โดยรัฐบาลหวังว่าการฉีดวัคซีนอย่างมีประสิทธิภาพจะทำให้สปป.ลาวรอดพ้นจะวิกฤตครั้งนี้ในขนาดเดียวกันก็มีมาตรการด้านการบรรเทาภาวะเศรษฐกิจควบคู่ไปเพื่อดูแลประชาและธุรกิจให้ผ่านพ้นช่วงนี้ไปให้ได้

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_Covid_140.php

ขยายเวลาจำกัดโควิดและยกเลิกบางมาตรการบรรเทาผลกระทบเศรษฐกิจ

Covid-19 ที่ยังคงระบาดในสปป.ลาวทำให้รัฐบาลขยายมาตรการควบคุมไวรัสตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีฉบับที่ 15 ออกไปอีก 15 วันจนถึงวันที่ 3 สิงหาคม อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้ยกเลิกข้อจำกัดบางประการเพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของผู้คน การระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างรุนแรงและการตกงานในประเทศไทย ทำให้ชาวลาวจำนวนมากที่ทำงานที่นั่นต้องกลับบ้าน โดยอย่างน้อย 15 เปอร์เซ็นต์ของผู้เดินทางกลับมีผลตรวจเป็นบวก ปัจจัยดังกล่าวทำให้เศรษฐกิจสปป.ลาวกำลังเผชิญอยู่ภาวะตกต่ำที่สุดในประวติศาสตร์ ถึงแม้ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนเข็มแรกจะสามารถฉีดไปได้กว่ารอยละ 50 และเข็มสองที่กำลังจะฉีดในเดือนนี้และตั้งเป้าปลายปีจะครอบคลุมร้อยละ 50 ของประชากร เห็นได้ชัดว่าการฉีดวัคซีนก็อาจไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจสปป.ลาวกลับมาเดินหน้าได้ มาตรการผ่อนปรนจึงเป็นสิ่งสำคัญและเครื่อมือที่รัฐบาลนำมาปรับใช้เพื่อบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจในสปป.ลาว  

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_Covid_restrictions_139.php

วัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน กว่า 1 ล้านโดส เดินทางถึงสปป.ลาวแล้ว

วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน มากกว่า 1 ล้านโดสที่รัฐบาลสหรัฐฯ บริจาคให้ มาถึงสปป.ลาวแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา วัคซีนได้รับการบริจาคผ่าน COVAX Facility ซึ่งเป็นความร่วมมือที่นำโดย Coalition for Epidemic Preparedness Innovations (CEPI), Gavi, the Vaccine Alliance และองค์การอนามัยโลก (WHO) โดยมียูนิเซฟเป็นพันธมิตรในการจัดส่งที่สำคัญ การบริจาคนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนของสหรัฐฯ ในการยุติการแพร่ระบาดทั่วโลก และสนับสนุนเป้าหมายของสปป.ลาวในการฉีดวัคซีนให้ได้ 50% ของประชากรทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้วัคซีนที่ได้รับบริจาคจะฉีดให้กับประชาชนลาวทั้งหมด 1,030,461 คนในสปป.ลาวคิดเป็น 14% ของประชากรทั้งหมด

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_More_138.php

ญี่ปุ่นมอบเงิน 3 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

รัฐบาลญี่ปุ่นตกลงที่จะให้เงินช่วยเหลือจำนวน 313 ล้านเยน (ประมาณ 3 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในสปป.ลาว เงินทุนดังกล่าวจะถูกเบิกจ่ายภายใต้โครงการทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งมอบทุนการศึกษาสำหรับข้าราชการระดับกลางและระดับท้องถิ่นเพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น โครงการนี้จะช่วยให้ข้าราชการรุ่นเยาว์ของสปป.ลาวได้ขยายความรู้และทักษะเพื่อตอบสนองความต้องการในการพัฒนาของลาว ญี่ปุ่นถือเป็นผู้บริจาคเงินช่วยเหลืออันดับต้นๆ ให้กับสปป.ลาวและมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือระหว่างประเทศ                      ในปี 2560 ญี่ปุ่นเป็นผู้ลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศรายใหญ่อันดับที่ 6 ในสปป.ลาว นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังได้ช่วยสปป.ลาวในการรับมือกับการระบาดใหญ่ของโควิด-19 รวมถึงการฟื้นตัวจากปัญหาเศรษฐกิจท้ายที่สุดนายทาเควากาตัวแทนรัฐบาลญี่ปุ่น กล่าวเพิ่มเติมว่าเขาเชื่อว่าโครงการทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จะมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในสปป.ลาวและกระชับความสัมพันธ์และมิตรภาพระหว่างสปป.ลาวและญี่ปุ่น

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_Japan137.php