รมว.ท่องเที่ยวกัมพูชา หารือผู้เชี่ยวชาญกำหนดยุทธศาสตร์เปิดการท่องเที่ยว

กระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชาหารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญภาคการท่องเที่ยว กำหนดแผนยุทธศาสตร์ในการเปิดประเทศใหม่ ภายใต้ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว และแผนการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว ก่อนการเปิดพรมแดนตามแผนที่กำหนดไว้ในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ โดยการประชุมมุ่งเน้นไปที่การร่างหนังสือ 2 ฉบับ ได้แก่ 1.แผนยุทธศาสตร์การเปิดการท่องเที่ยวใหม่อย่างปลอดภัย (วัคซีนทัวร์) และ 2.มาตรการส่งเสริมการเคลื่อนไหวการท่องเที่ยวภายในปี 2021-2023 ซึ่งเมื่อกัมพูชามีแผนเตรียมเปิดพรมแดนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้ง กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้วางแผนอย่างรอบคอบเพื่อหลีกเลี่ยงการระบาดของโควิด-19 อีกครั้ง โดยกัมพูชาสนับสนุนให้ประชาชนทั่วไปได้รับวัคซีนเข็มที่สาม เพื่อเป็นการต่อสู้กับสายพันธุ์เดลต้า ซึ่งมีต้นต่อมากคนต่างชาติ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50951949/ministry-of-tourism-discusses-strategy-on-safe-reopening-of-tourism-sector/

อุดมไซ จับตาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่

เจ้าหน้าที่จาก อ.ไซ ในจังหวัดอุดมไซ วางแผนที่จะเปลี่ยนภูเขาและจุดชมวิวให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ตามรายงานของสำนักงานข้อมูล วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวของอำเภอ พื้นที่ในเขต Xay ซึ่งกำลังดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้เพื่อประเมินความเหมาะสมของพวกเขาในฐานะสถานที่ท่องเที่ยว กรมข้อมูล วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว อุดมไซ มีแผนโฆษณาภูเขาและจุดชมวิวภูหญ้าคา ป่าหินเกตุ (ป่าหินเกตุ) สะพานหิน หินป่าหญ้างูใหญ่ และจุดชมวิวภูเพียง เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม อุดมไซเป็นจังหวัดที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งในลาว ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศลาว เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จะดึงดูนักท่องเที่ยวมายังและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสปป.ลาวให้ไปข้างหน้า

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_Oudomxay182.php

‘เวียดนาม’ เผยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เตรียมช่วยฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยว

กระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมจัดทำแผนฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยทางกระทรวงฯ เสนอให้มีการจัดทำโปรแกรมสินเชื่อพิเศษแก่ธุรกิจที่อยู่ในภาคการท่องเที่ยว เพื่อให้กิจการดังกล่าวสามารถจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานได้และปรับปรุงสินค้าและบริการทางด้านการท่องเที่ยวใหม่ๆ นอกจากนี้ ยังมีการเร่งโครงการ/มาตรการเยียวยาของธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 รวมถึงกระทรวงฯ ยังได้เสนอให้มีการปรับลดหรือยกเว้นภาษีและค่าธรรมเนียม เพื่อช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยวและฝึกอบรมทางด้านทรัพยากรมนุษย์ ทั้งนี้ ภายใต้แผนฟื้นฟู กระทรวงฯ เสนอให้มีการท่องเที่ยวภายในประเทศ อย่างเช่น “เวียดนามเที่ยวเวียดนาม เที่ยวปลอดภัย เที่ยวน่าสนใจ”

ที่มา : https://english.thesaigontimes.vn/ministry-plans-to-support-firms-to-help-tourism-recover/

จังหวัดพระสีหนุของกัมพูชา จ่อขึ้นแท่นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมภายในประเทศ

จังหวัดพระสีหนุในกัมพูชาครองตำแหน่งจังหวัดยอดนิยมด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศที่นักท่องเที่ยวภายในประเทศให้การยอมรับ โดยจังหวัดพระสีหนุได้ทำการต้อนรับนักท่องเที่ยวภายในประเทศจำนวน 532,380 คน เดินทางมายังจังหวัดชายฝั่งในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 117.9 จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งคิดเป็นเกือบร้อยละ 59 ของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนยังจังหวัดตามแนวชายฝั่ง ส่วนกรุงพนมเปญซึ่งเป็นเมืองหลวงได้ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวภายในประเทศลดลงมากที่สุดที่ร้อยละ 36.8 โดยมีนักท่องเที่ยวในท้องถิ่นจำนวน 374,196 คน รองลงมาคือเมืองเสียมราฐลดลงร้อยละ 30 ที่ได้ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวภายในประเทศเพียง 115,255 คน

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50899216/preah-sihanouk-province-tops-domestic-tourism-destinations/

กัมพูชาพร้อมเป็นเจ้าภาพ ATF ครั้งที่ 40

สถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำสหรัฐอเมริกายืนยันว่าพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมการท่องเที่ยวอาเซียนครั้งที่ 40 ณ กรุงพนมเปญ ระหว่างวันที่ 16 ถึง 22 มกราคมในปี 2022 โดยฟอรัมนี้จะเป็นเวทีที่ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและส่งเสริมแบบองค์รวม ในการร่วมกันพัฒนาและแก้ปัญหาในอุตสาหกรรมทางด้านการท่องเที่ยวภายในภูมิภาคอาเซียนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งกัมพูชามีความมุ่งมั่นอย่างมากที่จะพัฒนาภาคการท่องเที่ยวภายในประเทศ อีกทั้งกัมพูชาในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของภูมิภาค จึงยื่นเสนอเป็นเจ้าภาพในการจัดสัมนาครั้งนี้ขึ้น โดยฟอรัม ATF ประจำปี 2022 ตั้งเป้าที่จะดึงดูดผู้เข้าร่วมมากกว่า 2,000 คน จากกว่า 25 ประเทศ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50822832/cambodia-ready-to-host-40th-atf-in-january-2022/

FTAs, FDIs และการท่องเที่ยว คาดเป็นส่วนสำคัญต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจกัมพูชา

แม้ว่าวัคซีนจะเริ่มถูกนำมาใช้ในกัมพูชาแล้ว แต่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังคงไม่แน่นอน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงกว่าร้อยละ 70 ในช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึงกันยายนของปี 2020 เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกยังส่งผลทำให้การส่งออกของกัมพูชาชะลอตัวลงตามไปด้วย รวมถึงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ลดลงทำให้การไหลเวียนของเงินทุนและการจ้างงานลดลงภายในกัมพูชา แต่อย่างไรก็ตามธนาคารโลก (WB) ระบุว่าการท่องเที่ยวของกัมพูชาอาจจะฟื้นตัวช้า ส่งผลต่อการเติบโตในช่วงครึ่งแรกของปี 2021 แต่ในทางกลับกันภาคธุรกิจอาจจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากมีการกระจายวัคซีนให้กับประชาชนภายในประเทศบ้างแล้ว รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้กัมพูชายังได้ทำการลงนาม FTA ในระดับภูมิภาคหลายครั้ง โดยมีการลงนามบนข้อตกลงกับจีนและเกาหลีใต้ไปแล้ว ซึ่ง FDI ในปี 2021 จีนยังคงเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในกัมพูชา โดยลงทุนไปยังภาคส่วนสำคัญ ๆ เช่น ผลิตเสื้อผ้า โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ชิ้นส่วนไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ การเกษตร เหมืองแร่ และพลังงานถ่านหิน ไปจนถึงภาคการท่องเที่ยว

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50822760/ftas-fdis-and-tourism-essential-for-cambodias-economic-bounce-back/

ชูโมเดลบีซีจีทางรอดบนเวทีท่องเที่ยวอาเซียน

นาย​พิพัฒน์​ รัช​กิจประการ​ รมว.​การ​ท่องเที่ยว​และ​กีฬา​ เปิดเผยภายหลังเป็นหัวหน้าผู้แทนประเทศไทย​ เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวอาเซียน ครั้งที่ 24 ผ่านระบบการประชุมทางไกล ว่า ประเทศไทยเห็นด้วยกับการทบทวนถึงวาระของแผนยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวอาเซียน ปี 64-68 เพื่อให้แผนงานมีความทันสมัยและทันต่อเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการจัดลำดับและให้ความสำคัญกับกิจกรรมและโครงการฟื้นฟูการท่องเที่ยวในภูมิภาคหลังสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 คลี่คลาย ซึ่งไทยพร้อมร่วมมือกับประเทศสมาชิกอย่างเต็มที่เพื่อให้การดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอาเซียนประสบผลสำเร็จ และเพื่อความแข็งแกร่งของประชาคมอาเซียนในระยะยาว “จากวิกฤติการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบในวงกว้างมากที่สุด ทำให้ไทยทบทวนว่าที่ผ่านมาเราได้ใช้ทรัพยากรสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ และต้องแลกด้วยความเสื่อมโทรมของทรัพยากร โดยใช้งบประมาณจำนวนมากแก้ปัญหา อีกทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่ผ่านมาอยู่ในลักษณะทำมากได้น้อย เกิดการพัฒนาแบบกระจุกตัว และก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ทำให้วันนี้ไทยได้พัฒนาโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า บีซีจี เพื่อแก้ปัญหา จึงถึงเวลาแล้วที่การท่องเที่ยวของอาเซียนต้องเริ่มต้นใหม่กับรูปแบบใหม่ และวิถีใหม่ เหมือนเป็นการเซตซีโร่เพื่อการท่องเที่ยวที่ดีกว่าเดิม”

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/economic/823332

ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากความสามารถในการผลิตน้ำมันของกัมพูชา

นายกรัฐมนตรีฮุนเซนกล่าวว่ารายได้จากการขุดเจาะน้ำมันจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศในระยะสั้น น้อยกว่าภาคธุรกิจดั้งเดิมอื่น ๆ จากคำกล่าวของนายกฮุนเซน ซึ่งหลุมขุดเจาะแรกได้ดำเนินการมาแล้ว 33 วัน และสกัดน้ำมันได้ที่ 1,236 บาร์เรลต่อวัน รวม 40,788 บาร์เรล ตั้งแต่ได้มีการขุดเจาะ โดยหากน้ำมันหนึ่งถังมีราคาอยู่ที่ 50 ดอลลาร์ ในหนึ่งปีสำหรับการขุดเจาะและทำการสกัดน้ำมันจะสร้างรายได้ให้กับประเทศได้เพียง 30 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งน้อยกว่ารายได้จากวีซ่าการท่องเที่ยวที่ออกให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เคยได้รับในช่วงปกติเสียด้วยซ้ำ โดยนายกฮุนเซนคาดว่ากัมพูชาจะสามารถผลิตน้ำมันได้มากกว่า 7,000 ถึง 7,500 บาร์เรลต่อวันเมื่อมีการขุดเจาะบ่อน้ำมันทั้งหมดที่กำลังจะเริ่มขึ้นในเร็ว ๆ นี้กว่า 4 แห่ง ซึ่งทางการกัมพูชาได้ร่วมกับบริษัท KrisEnergy Ltd. ของสิงคโปร์ ในการดำเนินการโครงการนี้

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50809405/oil-revenue-no-short-term-fix-to-economic-growth-pm/

MTB อุ้มบริษัททัวร์ หนุนการท่องเที่ยวเมียนมา

ธนาคารการท่องเที่ยวแห่งเมียนมา (MTB) ได้เซ็น MoU กับสมาคมการท่องเที่ยวเมียนมา (Union of Myanmar Travel Association) เพื่อหาเงินกู้สำหรับสมาชิกสมาคมที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ที่ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องงดกิจกรรมทั้งหมดและผู้ประกอบการต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ซึ่งภาคการท่องเที่ยวเมียนมาได้รับผลกระทบมากที่สุด ทั้งนี้ธนาคารการท่องเที่ยวแห่งเมียนมา (MTB) เป็นธนาคารเอกชนที่ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารกลางแห่งเมียนมา (CBM) เมื่อปี 2561 ปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 6 แห่งเพื่อรองรับความต้องการของ SMEs และภาคการท่องเที่ยวในเมียนมา

ที่มา: https://www.mmtimes.com/news/myanmar-tourism-bank-provide-loans-tour-companies.html

ผู้มาเยือนหลวงพระบางลดลงกว่า 584,380 คน ในปี 2563

เมืองหลวงพระบางมีนักท่องเที่ยวเพียง 257,647 คนในปี 63 ลดลง 68 % ในปี 62 เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด -19 ซึ่งเป็นชาวต่างชาตติจำนวน 142,435 คนและเป็นชาวสปป.ลาว 133,212 คน โดยรวม 257,647 คน ลดลง 584,380 คนจาก 860,035 คนที่มาเยี่ยมชมเมืองในปี 62 ในปี 61 หลวงพระบางได้นำเสนอในหัวข้อการท่องเที่ยว“ 52 สถานที่ที่ต้องไป” ของ New York Times ซึ่งจุดประกายความสนใจของนักท่องเที่ยวในสปป.ลาวมากขึ้น และยังอยู่ในอันดับที่ 11 ในรายชื่อสถานที่ท่องเที่ยว 20 อันดับแรกของ Architectural Digest ประจำปีในปี 62 ย่านเมืองเก่าของเมืองนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2538 โดยยูเนสโก ซึ่งระบุว่าสถาปัตยกรรมของเมืองนี้มีความสำคัญทางวัฒนธรรมและควรค่าแก่การคุ้มครองโดยองค์การสหประชาชาติ เมืองหลวงพระบางมีโรงแรมและรีสอร์ท 97 แห่งเกสต์เฮาส์ 394 แห่งร้านอาหาร 421 แห่งและ บริษัท ทัวร์ 97 แห่ง มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการกำหนดอย่างเป็นทางการมากมายรวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ 111 แห่งสถานที่น่าสนใจทางวัฒนธรรม 78 แห่งและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ 39 แห่ง ทั้งนี้จำนวนนักท่องเที่ยวไม่เพียงแต่ในหลวงพระบางเท่านั้น แต่ยังลดลงทั่วประเทศเนื่องจากข้อ จำกัด การเดินทางทั่วโลกซึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาด

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_Visitors5.php