11 เดือนแรกของปีงบฯ 63-64 เมียนมา – สิงคโปร์ ดันยอดการค้ากว่า 2.67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสิงคโปร์นำเข้ากว่า 2,470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

จากตัวเลขของกระทรวงพาณิชย์ สิงคโปร์นำเข้ามากกว่า 2.770 พันล้านดอลลาร์ในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 63-64 โดยในปีงบประมาณ 60-61 การส่งออกของเมียนมาอยู่ที่ 753.495 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การนำเข้ามูลค่า 3,084.631 ล้านดอลลาร์ โดยมีปริมาณการค้า 3,838.126 ล้านดอลลาร์ ในปีงบประมาณ 2561-2562 มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 344.740 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การนำเข้ามูลค่า 3,162.511 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีปริมาณการค้า 3507.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนในปีงบประมาณ 62-63 มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 753.114 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การนำเข้ามีมูลค่า 3,052.194 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และปริมาณการค้า 3,805.307 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ยุทธศาสตร์การส่งออกแห่งชาติ (NES) ปี 63-68 เป็นโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนทำงานร่วมกันเพื่อสร้างงานและโอกาสใหม่ๆ ให้กับชาวเมียนมา ซึ่งยุทธศาสตร์การส่งออกแห่งชาติ (NES) ปี 2020-2025 จะสร้างโอกาสใหม่สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและผู้ส่งออกที่มีอยู่ในตลาดในประเทศและทั่วโลก

ที่มา: https://news-eleven.com/article/218047

ปีงบฯ 63-64 การค้าระหว่างประเทศของเมียนมา ลดฮวบ 7.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์เมียนมา การค้าระหว่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.63 ถึง 30 ก.ย.64 ในปีงบประมาณ 2563-2564 อยู่ที่ 29.58 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงกว่า 7.15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่ 36.73 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจุบันเมียนมาส่งออกสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ แร่ธาตุ ผลิตภัณฑ์จากป่า และสินค้าอุตสาหกรรมสำเร็จรูป ในขณะที่นำเข้าสินค้าทุน วัตถุดิบอุตสาหกรรม และสินค้าอุปโภคบริโภค การส่งออกของประเทศพึ่งพาภาคการเกษตรและการผลิตมากขึ้น กระทรวงพาณิชย์เมียนมาจึงพยายามลดการขาดดุลการค้า ส่งเสริมการส่งออก และเน้นกระจายตลาดให้มากขึ้น

ที่มา: https://www.gnlm.com.mm/external-trade-down-7-15-bln-this-fy/#article-title

สรท.มั่นใจทั้งปี’64 ปิดจ๊อบส่งออก 12% จับตาปัญหาค่าระวางเรือ-โควิด หวั่นส่งผลระยะยาว

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ระบุภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยเดือนสิงหาคม 2564 กับเดือนเดียวกันของปีก่อน พบว่า การส่งออกมีมูลค่า 21,976.23 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 8.93% และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 715,416.40 ล้านบาท ขยายตัว 12.83% ทั้งนี้ สรท. มั่นใจว่าการส่งออกไทยในปี 2564 เติบโต 12% โดยมีปัจจัยบวกที่สำคัญ ได้แก่ เศรษฐกิจประเทศคู้ค้าสำคัญฟื้นตัวต่อเนื่องและอุปสงค์ยังคงทรงตัวในระดับสูง จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน และค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมากที่สุดในระยะ 4 ปี เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่เป็นอุปสรรคสำคัญในปี 2564 ได้แก่ 1.สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ที่มีความรุนแรงในประเทศ และการกระจายวัคซีนยังไมทั่วถึง 2.ค่าระวางเรือมีทิศทางทรงตัวในระดับสูงจนถึงปลายปี 2565 และ 3.ปัญหาวัตถุดิบขาดแคลนและราคาผันผวน อาทิ ชิป, เหล็ก ส่งผลให้ภาคการผลิตเพื่อส่งออก ยังคงประสบปัญหาอย่างต่อเนื่อง

ที่มา : https://www.matichon.co.th/economy/news_2974556

ณ วันที่ 17 ก.ย.64 เมียนมาส่งออกถั่วลูกไก่ไปแล้วมากกว่า 27,000 ตัน

กระทรวงพาณิชย์เมียนมา เผย ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคมถึง 17 กันยายนของปีงบประมาณ 2563-2564 เมียนมาส่งออกถั่วลูกไก่ (chick peas) ไปแล้วมากกว่า 27,160 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งราคาอยู่ในช่วงขาขึ้นจากความต้องการในประเทศที่แข็งแกร่งและการอ่อนค่าของเงินจัตในตลาดฟอเร็กซ์ เมื่อวันที่ 9 ส.ค.64 ราคาถั่วอยู่ที่ 90,000 จัตต่อถุง ในขณะที่ปัจจุบันพุ่งขึ้นเป็น 131,000 จัตต่อถุง เป็นผลมาจากผลผลิตที่ต่ำในปีนี้ และการส่งออกชะงักเนื่องจากการปิดด่านชายแดนของจีน ทั้งนี้เมียนมาส่งออกถั่วลูกไก่ไปยังอินเดีย ปากีสถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตุรกี และตลาดอื่นๆ ในปีที่แล้ว ส่วนใหญ่การเพาะปลูกจะอยู่ในเขตย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ พะโค ซากาย และอิรวดี และเนปิดอว์ คิดเป็น 890,000 เอเคอร์ของพื้นที่เพาะปลูกถั่วลูกไก่ทั่วประเทศ

ที่มา: https://www.gnlm.com.mm/myanmar-ships-over-27000-tonnes-of-chickpea-to-external-market-as-of-17-sept/

หอการค้าอินโดนีเซียให้คำมั่น ส่งเสริมการค้าระหว่างกัมพูชา

เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศกัมพูชา กล่าวว่าหอการค้าแห่งใหม่ของอินโดนีเซีย (IndoCham) จะช่วยให้นักลงทุนภายในประเทศอินโดนีเซียค้นพบโอกาสทางธุรกิจในกัมพูชามากขึ้นและคาดว่าจะมีส่วนช่วยในการส่งเสริมการค้าทวิภาคีระหว่างกัน โดย IndoCham กำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับเครือข่ายภาคธุรกิจ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแนวทางในการปฏิบัติที่ดีที่สุด รวมถึงแบ่งปันหรือร่วมมือกันในโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนภายในกัมพูชาเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งการส่งออกของกัมพูชาไปยังอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 18 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นับจากสิ้นปี 2020 คิดเป็นมูลค่า 47 ล้านดอลลาร์ ตามการระบุของกระทรวงการค้าอินโดนีเซีย โดยการค้าทวิภาคีระหว่างปี 2016 ถึง 2020 เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.5 คิดเป็นมูลค่ารวม 661 ล้านดอลลาร์ในปี 2019 ซึ่งกัมพูชาส่งออก เสื้อผ้า สิ่งทอ รองเท้า และเครื่องประดับเป็นหลัก ด้านการนำเข้ากัมพูชานำเข้า เครื่องจักร ยานพาหนะและชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์กระดาษ ถ่านหิน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และยารักษาโรค จากอินโดนีเซียเป็นสำคัญ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50942124/new-indonesia-chamber-of-commerce-promises-boost-in-trade-ambassador/

กัมพูชา-เกาหลีใต้ ทำการค้าร่วมกัน 635 ล้านดอลลาร์

การค้าทวิภาคีระหว่างกัมพูชาและเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.33 คิดเป็นมูลค่า 635.5 ล้านดอลลาร์ ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ รวมถึงทั้งสองประเทศได้เตรียมการที่จะลงนามเพิ่มเติมบนข้อตกลงการค้าเสรีในช่วงเดือนหน้า โดยตัวเลขจากสมาคมการค้าระหว่างประเทศของเกาหลีใต้ได้ระบุว่าการส่งออกของกัมพูชาไปยังเกาหลีใต้ในช่วงเดือน มกราคม-สิงหาคม มีมูลค่าอยู่ที่ 226.2 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนการนำเข้าทั้งหมดของกัมพูชาจากเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 16.2 คิดเป็นมูลค่า 409.3 ล้านดอลลาร์ ซึ่งกัมพูชาส่งออกรองเท้าและเครื่องแต่งกาย รวมถึงผลิตภัณฑ์เพื่อการเดินทาง เครื่องดื่ม ชิ้นส่วนไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยาง ยา และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เป็นหลักไปยังเกาหลีใต้ ในทางกลับกันกัมพูชาทำการนำเข้า ยานพาหนะ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ในครัว เครื่องดื่ม ยา พลาสติกและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เป็นสำคัญ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50942123/cambodia-south-korea-trade-reaches-635-million/

ฮุน เซน วางแผนเร่งเพิ่มปริมาณการค้า กัมพูชาและต่างประเทศ

นายกรัฐมนตรี ฮุน เซน วางแผนเร่งเพิ่มปริมาณการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในสินค้าภาคเกษตร ซึ่งถือเป็นความหวังใหม่ของกัมพูชาในการสร้างความมั่นคงด้านการส่งออกและเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจในอนาคตของกัมพูชา รวมถึงทางด้าน Wang Yi รัฐมนตรีจีน ยืนยันการสนับสนุนของจีน ต่อภาคการเกษตรโดยกล่าวว่าจีนจะนำเข้าผลิตผลทางการเกษตรจากกัมพูชาเพิ่มมากขึ้นเพื่อประโยชน์ของเกษตรกรชาวกัมพูชา โดยจีนถือเป็นประเทศที่มีขนาดของเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา ดังนั้นจึงเป็นประโยชน์อย่างมากต่อกัมพูชาที่มีจีนเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิด ผ่านข้อตกลงการค้าเสรีที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ รวมถึงยังมีข้อตกลงการค้าเสรีกับสมาชิกอาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ที่กำหนดให้การส่งออกของกัมพูชาปลอดภาษีถึงร้อยละ 90 ระหว่างผู้ลง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นกรอบความร่วมมือระหว่างกัมพูชาและนานาประเทศในการเพิ่มปริมาณการค้าระหว่างกัน

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50934578/hunt-down-more-overseas-trade-demands-prime-minister-hun-sen/

ค้าต่างประเทศเมียนมา ดิ่งฮวบ 6.98 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีงบฯ ปัจจุบัน

การค้าต่างประเทศของเมียนมามีมูลค่า 26.11 พันล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 20 ส.ค. 64 ในปีงบประมาณปัจจุบัน 2563-2564 ซึ่งลดลง 6.98 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีมูลค่า 33.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีงบประมาณที่แล้ว ในช่วงสิบเดือนที่ผ่านมา การส่งออกมีมูลค่ากว่า 13.03 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่การนำเข้าค่อนข้างต่ำอยู่ที่ 13.08 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการส่งออกจีนอยู่ในอันดับต้น ๆ ที่เมียนมาส่งออกสินค้ามากที่สุด โดยมีมูลค่า 3,985.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รองลงมาคือไทย 673.87 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  และญี่ปุ่น 485.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นต้น โดยสินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ สินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ แร่ธาตุ ผลิตภัณฑ์จากป่า และสินค้าอุตสาหกรรมสำเร็จรูป ในขณะที่การนำเข้า ได้แก่ สินค้าทุน วัตถุดิบอุตสาหกรรม และสินค้าอุปโภคบริโภค

ที่มา: https://www.gnlm.com.mm/myanmars-foreign-trade-declines-by-6-98-bln-this-fy/

การค้าระหว่างประเทศเมียนมาพุ่ง 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

จากของกระทรวงพาณิชย์ การในช่วง 9 เดือนแรก (1 ต.ค-9 ก.ค.) ของปีงบประมาณ 63-64 ส่งผลให้เกินดุลการค้า 363.9 ล้านเดอลลาร์สหรัฐฯ แม้มูลค่าการค้ารวมจะลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีงบประมาณ 62-63 โดยการส่งออกอยู่ที่ 11.98 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และการนำเข้า 11.6 พันดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 23.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 29.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของปีก่อน การค้าระหว่างประเทศเมียนมาโดนผลกระทบของโควิด-19 ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านต้องคุมเข้มชายแดนและจำกัดการค้าขายในบางพื้นที่ชายแดน การค้าหยุดชะงักจากขนส่ง และการปิดทำการของธนาคารทำให้การค้าลดลง ทั้งนี้เมียนมาส่งออกสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ แร่ธาตุ ผลิตภัณฑ์จากป่า และสินค้าอุตสาหกรรมสำเร็จรูป ส่วนการนำเข้าจะเป็นสินค้าทุน วัตถุดิบอุตสาหกรรม และสินค้าอุปโภคบริโภค จากสถิติพบว่าเมียนมากขาดดุลการค้ามาตลอด โดยในในปีงบฯ 62-63 ขาดดุลที่ 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ,ปีงบฯ 61-62 ขาดดุลที่ 1.14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ, ,ปีงบฯ 60-61 ขาดดุลที่ 3.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ , ปีงบฯ 59-60 ขาดดุลที่ 5.3 พันล้านดอลลาร์ และปีงบฯ 58-59 ขาดดุลที่ 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ

ที่มา : https://gnlm.com.mm/regional-trade-tops-6-billion-in-seven-months-reports-moc/#article-title

‘เวียดนาม-สปป.ลาว’ ค้าระหว่างประเทศ ครึ่งปีแรก โต 36.5%

จากข้อมูลของสำนักงานการค้าเวียดนามในสปป.ลาว เผยช่วงครึ่งแรกของปีนี้ มูลค่าการค้าสองทางอยู่ที่ 671 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 36.5% เมื่อเทียบปีต่อปี และรายได้จากการส่งออกของเวียดนาม 329 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่รายได้จากการนำเข้า 341 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 19.1% และ 58.9% ตามลำดับ ทั้งนี้ สินค้าส่งออกสำคัญของเวียดนาม ได้แก่ เครื่องนุ่งห่มและสิ่งทอ, ยานพาหนะและอะไหล่, เครื่องจักร อุปกรณ์และน้ำมันเชื้อเพลิง ในขณะเดียวกัน เวียดนามส่วนใหญ่นำเข้าไม้และผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากไม้จากสปป.ลาว รวมถึงแร่ธาตุและยาง เป็นต้น

ที่มา : https://vietnamnews.vn/economy/998649/viet-nam-laos-enjoy-growth-in-two-way-trade-in-h1.html