ผู้ประกอบการสปป.ลาวเรียนรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของข้อตกลงการค้าเสรี

ธุรกิจสปป.ลาว จะสามารถขยายตลาดและแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ได้ดีขึ้นหลังจากได้รับการศึกษาเกี่ยวกับเงื่อนไขและประโยชน์ของข้อตกลงการค้าเสรี การสัมมนาจัดขึ้นโดยกล่าวถึงประโยชน์ของ FTAs ​​และมีส่วนร่วมในอีคอมเมิร์ซ มีตัวแทนธุรกิจเกือบ 100 รายรวมถึงจากวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในเวียงจันทน์และเจ้าหน้าที่จากกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า และอื่น ๆ เข้าร่วม เป้าหมายของการประชุมครั้งนี้คือการทำให้ผู้ประกอบการคุ้นเคยกับ FTA โดยเฉพาะอย่างยิ่งประโยชน์ของ FTA สำหรับนักธุรกิจและกระบวนการและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถส่งออกสินค้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของการมีส่วนร่วมในอีคอมเมิร์ซและวิธีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเขตการค้าเสรีอาเซียน ที่ประชุมได้แจ้งผู้เข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ www.plaosme.com เพื่อสนับสนุนธุรกิจในท้องถิ่นในการทำธุรกรรมออนไลน์และเพิ่มความสามารถในการส่งออก

ที่มา : http://annx.asianews.network/content/lao-business-operators-learn-about-benefits-free-trade-agreements-108433

จุดพลุเอฟทีเอ “ไทย-ฮ่องกง”

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานสัมมนา “THAILAND 2020 # ก้าวข้ามพายุเศรษฐกิจ” ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 63 ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนจากภายนอก โดยเฉพาะปัจจัยของสงครามการค้าสหรัฐฯกับจีนที่ยังไม่มีความชัดเจน จึงอาจส่งผลกระทบต่อการค้าขายและการเติบโตของเศรษฐกิจโลกไปถึงปี 64 โดยปีนี้เห็นได้ชัดเจนว่าสงครามการค้าที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย ทำให้เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีแรก เกิดการชะลอตัวค่อนข้างมาก ทั้งนี้หลังจากผ่านพ้นการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 เสร็จสิ้นลงถือว่าประเทศต่างๆได้มีข้อตกลง และความร่วมมือกันเป็นอย่างดี โดยจีนที่ให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในไทยเพื่อใช้เป็นฐานการผลิตใหม่ๆ ถือเป็นโอกาสให้กับไทยในการดึงดูดการลงทุนของจีนเข้ามา เพื่อนำเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยของจีนเข้ามาต่อยอดและพัฒนาอุตสาหกรรมของไทย โดยมี 5 เรื่องสำคัญๆที่ต้องปรับเปลี่ยนประเทศและต้องทำให้ได้ เช่น อีอีซี, การเปิดประมูล 5 จี ในปีหน้า เป็นต้น ดังนั้น ประเทศไทยต้องอาศัยความได้เปรียบในฐานะศูนย์กลางของอาเซียน ที่เชื่อมต่อนโยบายของจีนผ่านความร่วมมือผ่านเส้นทางสายไหม สู่อีอีซี โดยมี Greater bay area : GBA ที่ประกอบไปด้วย ฮ่องกง กวางตุ้ง มาเก๊า เป็นหัวหอกที่ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญรองรับนโยบายการย้ายฐานการผลิต ทำให้ประเทศไทยมีบทบาทในการเชื่อมโยงกับ CLMV  ซึ่งจากการหารือกับนางแคร์รี แลม ผู้ว่าการเขตปกครองพิเศษฮ่องกง มีความประสงค์จะเดินทางมาไทย โดยจะมีการลงนามข้อตกลงทางการค้าเสรี ไทย-ฮ่องกอง เพื่อส่งเสริมให้นักลงทุนฮ่องกง ย้ายฐานการผลิตมาสู่ประเทศไทยและเชื่อมโยงตลาดทุนร่วมกัน ภายในสิ้นปีนี้.

พาณิชย์เร่งอัพเกรดเอฟทีเอ

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมกำลังอยู่ระหว่างการ เตรียมความพร้อมสำหรับการเจรจายกระดับความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างอาเซียนกับคู่เจรจา หลังจากที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้มีมติให้อาเซียนไปเจรจากับคู่เจรจาเพิ่มเติม หลังจากที่เอฟทีเอจับคู่เจรจาหลายกรอบ ทั้งอาเซียน-จีน, อาเซียน-อินเดีย, อาเซียน-เกาหลีใต้ และอาเซียน-ออสเตรเลียนิวซีแลนด์ ได้มีผลบังคับใช้มานานแล้ว และยังไม่มีการปรับปรุงความตกลง ยกเว้นอาเซียน-ญี่ปุ่น ที่ได้มีการอัพเกรดเอฟทีเอไปแล้ว ขณะนี้กำลังรอการบังคับใช้

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/tpd/3041888

เวียดนามคาดว่าการส่งออกกุ้งจะขยายตัวเพิ่มขึ้น ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 62

จากรายงานของสมาคมผู้ส่งออกและผู้ผลิตอาหารทะเลเวียดนาม (The Viet Nam Association of Seafood Exporters and Producers) เปิดเผยว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 เวียดนามมีมูลค่าการส่งออกกุ้งอยู่ที่ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากการนำเข้าของตลาดต่างประเทศลดลง ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และจีน เป็นต้น แต่ทางสมาคมฯ มองว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 ตลาดต่างประเทศจะนำเข้ามากขึ้น เป็นผลมาจากข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) โดยตลาดสำคัญอย่างประเทศจีน มีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 233.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 4.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สาเหตุสำคัญมาจากการแข่งขันที่รุนแรงของคู่แข่ง ได้แก่ อินเดีย และเอกวาดอร์ เป็นต้น รวมไปถึงนโยบายการค้าที่เข็มงวดมากขึ้น นอกจากนี้ ผลของข้อตกลงการค้าเสรีเวียดนาม-สหภาพยุโรป จะช่วยส่งเสริมการส่งออกอาหารทะเล ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า

ที่มา : https://vietnamnews.vn/economy/523927/shrimp-exports-expected-to-pick-up-in-2nd-half.html#f2UkmlJLouYgI0R1.97

ผู้ประกอบการเวียดนามเร่งโอกาสจากผลกระทบของความตกลงการค้าเสรี EVFTA

ในกรณีที่สหภาพยุโรปและเวียดนามลงนามข้อตกลงการค้าเสรี (EVFTA) คาดว่าจากผลของข้อตกลงการค้าเสรีฉบับนี้จะนำโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการอลูมิเนียมของเวียดนาม อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการเวียดนามยังคงเผชิญกับการท้าทายใหม่ๆ ได้แก่ การแข่งขันทางการค้าที่รุนแรงของคู่แข่ง ข้อกำหนดที่เข็มงวดจากกฎด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และกฎหมายทางด้านแรงงาน เป็นต้น ในขณะที่ทางสมาคมอลูมิเนียมเวียดนาม ระบุว่าคุณภาพและแหล่งกำเนิดสินค้าเป็นปัจจัยที่สำคัญในการส่งออกไปยังสหภาพยุโรป ซึ่งปัจจัยดังกล่าวเป็นจุดอ่อน/ข้อบกพร่องที่เวียดนามต้องหาทางแก้ไขให้ได้ นอกจากนี้ ทางสภาหอการค้ายุโรป เผยว่าอัตราภาษีสินค้าส่งออกอลูมิเนียมของเวียดนามไปยังสหภาพยุโรปจะดำเนินการยกเลิกภายในระยะเวลา 8 ปี นับตั้งแต่ข้อตกลงการค้าเสรี (EVFTA) มีผลบังคับใช้

ที่มา : https://vietnamnews.vn/economy/523113/local-aluminium-firms-urged-to-tap-opportunities-from-evfta.html#YsCmtEq255yPhgmE.97