จีนยังคงเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในสปป.ลาว

จีนยังคงเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในลาว โดยดำเนินโครงการทั้งหมด 813 โครงการ มูลค่า 16,000 ล้านเหรียญสหรัฐ นาย Sonexay Siphandone รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการวางแผนและการลงทุน กล่าวระหว่างการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 5 ระหว่างผู้ประกอบการลาวและจีนเมื่อวันศุกร์ว่าจีนยังคงเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในลาว ตามรายงานของ Lao Youth Radio จาก 53 ประเทศที่ลงทุนสปป.ในลาว จีนมีจำนวนการลงทุนมากที่สุด นาย Sonexay Siphandone กล่าวเสริม “เขตเศรษฐกิจพิเศษ ทางด่วนเวียงจันทน์-วังเวียง สวนอุตสาหกรรม และโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เป็นพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดของการลงทุนของจีนในสปป.ลาว” อีกทั้งการรถไฟสปป.ลาว-จีน ซึ่งเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานหลักของสปป.ลาว เสร็จสมบูรณ์แล้วกว่าร้อยละ 90 และคาดว่าจะเปิดให้บริการในเดือนธันวาคมปีนี้

ที่มา : https://laotiantimes.com/2021/08/17/china-remains-the-largest-foreign-investor-in-laos-2/

เวียดนามวางแผนเพิ่มปริมาณการค้ากับจังหวัดชายแดนกัมพูชา

เวียดนามวางแผนเพิ่มปริมาณการค้ากับกัมพูชาผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อกิจกรรมการค้าและการแลกเปลี่ยนสินค้าผ่านชายแดนระหว่างจังหวัดยาลายของเวียดนาม ซึ่งมีชายแดนติดกับประเทศกัมพูชา โดยเวียดนามจัดตั้งโครงการเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมชายแดนระหว่างประเทศในช่วงปี 2025-2030 ซึ่งนอกจากจะคาดหวังปริมาณการค้าระหว่างกันที่เพิ่มขึ้นแล้ว ทั้งสองประเทศยังคาดหวังถึงการดึงดูดนักลงทุนและการส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนในการก่อสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระหว่างชายแดน ที่นอกเหนือจากงบประมาณของทางภาครัฐจัดสรรให้ โดยคาดว่าในอีกไม่นานจะเกิดการสนับสนุน การแลกเปลี่ยนและเกิดการหมุนเวียนของสินค้าระหว่างกัน รวมถึงข้อตกลงความร่วมมืออื่น ๆ ระหว่างพื้นที่ชายแดนของจังหวัดยาลาย (เวียดนาม) และจังหวัดรัตนคีรี (กัมพูชา) ในระยะถัดไป

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50912806/gia-lai-province-in-vietnam-to-boost-trade-links-with-cambodias-border-provinces/

สะพานข้ามแม่น้ำบ่อแก้ว-ไซยะบุรีเชื่อมต่อประเทศไทย แล้วเสร็จไปแล้วกว่า 65 เปอร์เซ็นต์

สะพานยาว 505 เมตรที่ทอดข้ามแม่น้ำโขงระหว่างอำเภอปากทาในจังหวัดบ่อแก้วและอำเภอคอบในจังหวัดไซยะบุรีซึ่งให้การเชื่อมโยงที่ง่ายกว่ากับประเทศไทย ขณะนี้เสร็จสมบูรณ์แล้วกว่าร้อยละ 65 มูลค่าก่อสร้างกว่า 180 พันล้านกีบ โดยโครงการได้รับทุนจากรัฐบาล สะพานนี้จะเชื่อมโยงได้ง่ายขึ้นจากถนนแห่งชาติหมายเลข 2243 ในอำเภอปากทา จังหวัดบ่อแก้ว ไปยังอำเภอคอบ จังหวัดไซบูรี และต่อไปยังประเทศไทย โดยจะเป็นช่องทางลัดสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ที่เดินทางผ่านพื้นที่และอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างสปป.ลาวและไทย สะพานจะมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคโดยรวมจากการปรับปรุงการไหลของสินค้า เมื่อสร้างเสร็จแล้วจะเป็นสะพานเหล็กที่ยาวที่สุดในสปป.ลาว

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_Bokeo146.php

รัฐบาลกัมพูชาเดินหน้าสร้างถนนสายใหม่เชื่อมสีหนุวิลล์

รัฐบาลกัมพูชาเร่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ภายในประเทศ โดยมุ่งมั่นที่จะสร้างถนนสายใหม่เพิ่มเติม 11 แห่ง ซึ่งจังหวัดสีหนุวิลล์ถือเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมมากที่สุดในการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยในปัจจุบันรัฐบาลได้จัดตั้งโครงการทางด่วนพนมเปญ-สีหนุวิลล์ ระยะทาง 190 กิโลเมตร มูลค่าโครงการ 2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2022 โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ดำเนินการฟื้นฟูถนน 34 สายภายในจังหวัดสีหนุวิลล์ มูลค่ารวม 294 ล้านดอลลาร์ ซึ่งปัจจุบันจังหวัดพระสีหนุกำลังถูกสนับสนุนให้เป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งของประเทศในการเชื่อมโยงไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ โดยธนาคารโลกประเมินให้กัมพูชาอยู่ในอันดับที่ 98 ของโลก ในด้านประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ ที่พิจารณาจากตัวชี้วัด 6 ประการ ได้แก่ พิธีการทางศุลกากร โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่งระหว่างประเทศ ความสามารถด้านโลจิสติกส์ การติดต่อและติดตาม ตลอดจนความตรงต่อเวลา

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50902755/govt-presses-forward-with-new-roads-for-sihanoukville/

ในปัจจุบันกัมพูชามีท่าเรือทางแม่น้ำและทางทะเลรวมกันกว่า 100 แห่ง

กัมพูชามีท่าเรือภายในประเทศทั้งหมด 105 แห่ง โดยแบ่งออกเป็นท่าเรือริมแม่น้ำ 78 แห่ง ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง โตนเลสาบ โตนเลบาซัก และในจังหวัดต่างๆ และอีก 27 แห่ง คือท่าเรือทางทะเล ซึ่งกระทรวงโยธาธิการและการขนส่ง (MPWT) ได้แบ่งปันข้อมูลตัวเลขดังกล่าวและเสริมว่าท่าเรือส่วนใหญ่ดำเนินเกี่ยวกับการค้า อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว ท่าเรือน้ำมัน และอื่นๆ โดยท่าเรือเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมกิจกรรมการค้าทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ สู่การพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งรัฐมนตรีอาวุโสและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง MPWT ได้จัดประชุมไปเมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา เกี่ยวกับกฎหมายท่าเรือที่จะมีบทบาทสำคัญในการจัดการและพัฒนาท่าเรือภายในประเทศ รวมถึงการส่งเสริมการค้าในประเทศและระหว่างประเทศในระยะถัดไป

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50902640/cambodia-has-over-100-river-and-sea-ports/

กัมพูชาอาจได้รับผลกระทบเชิงบวก หลังเวียดนามโครงสร้างพื้นฐานดีขึ้น

แผนการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งในจังหวัดลองอันของเวียดนาม อาจมีส่วนช่วยทำให้การค้าข้ามพรมแดนของกัมพูชาปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดลองอันกำลังจัดตั้งศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง 6 แห่ง เพื่อช่วยส่งเสริมการนำเข้าและส่งออก และปรับปรุงความสามารถในการแข่งขันของชุมชนท้องถิ่น โดยศูนย์ทั้งหมดเชื่อมต่อกับถนน แม่น้ำ และทะเล ที่ถือเป็นข้อได้เปรียบสำหรับการจัดส่งและการกระจายสินค้า ซึ่งจังหวัดลองอันตั้งอยู่ติดกับตะวันออกเฉียงใต้ของกัมพูชาระหว่างนครโฮจิมินห์ทางตอนเหนือและสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง โดยทั้งกัมพูชาและเวียดนามได้ให้คำมั่นสัญญาที่จะเพิ่มปริมาณการค้าทวิภาคีระหว่างกัน ซึ่งในปัจจุบันการค้าระหว่างเวียดนามและกัมพูชามีมูลค่าสูงถึง 5.3 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว โดยการส่งออกของกัมพูชาไปยังเวียดนามเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 443 ในไตรมาสแรกของปี 2021 สู่มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ สินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ยางพารา และพืชผลทางการเกษตร ส่วนการส่งออกของเวียดนามมายังกัมพูชาเติบโตเกือบร้อยละ 16 คิดเป็นมูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์สินค้าสำคัญ ได้แก่ เหล็ก น้ำมันและก๊าซ รวมถึงเสื้อผ้าและรองเท้า เป็นต้น

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50898290/cambodia-may-gain-from-vietnam-investing-in-better-infrastructure/

ทางด่วนเชื่อมต่อสปป.ลาว-จีน จะแล้วเสร็จภายใน 10 ปี

โครงการทางด่วนรถไฟสปป.ลาว-จีน คาดการณ์ว่าจะใช้เวลา 10 ปีในการสร้าง เชื่อมต่อระหว่างเวียงจันทน์และบ่อเต็นที่ชายแดนจีนในแขวงหลวงน้ำทา มูลค่าโครงการกว่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทางด่วนจะครอบคลุมระยะทางทั้งหมด 440 กม. และประกอบด้วยสี่ส่วนโดยปัจจุบันรัฐบบาลได้อนุญาติให้เปิดใช้งานเพียงส่วนที่สองที่เชื่อมต่อระหว่างแขวงวังเวียงและแขวงหลวงพระบาง ในส่วนอื่นๆยังไม่มีการเปิดใช้ ทางด่วนสปป.ลาว-จีนเป็นโครงการหนึ่งภายใต้โครงการ One Belt, One Road Initiative ของจีน และเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพระหว่างสปป.ลาวและจีน ทางด่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งของพยายามของรัฐบาลสปป.ลาว ในการปรับปรุงการขนส่งสินค้าและผู้คนเพื่อส่งเสริมการผลิตสินค้า ส่งเสริมการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และบริการ รวมถึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจในอนาคต

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_Laos121.php

รัฐสปป.ลาวลงนามร่วมทุนเอกชน ตั้งบริษัทพัฒนาโลจิสติกส์สปป.ลาว

รัฐบาลสปป.ลาวลงนามข้อตกลงร่วมทุนกับบริษัท ท่าเรือแห้งท่าแขก จำกัด ซึ่งจะพัฒนา “ท่าเรือแห้งท่าแขก” ให้เป็นเส้นสู่การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศจุดผ่านแดนคำม่วนและสนับสนุนให้สปป.ลาวกลายเป็นศูนย์บริการโลจิสติกส์ระดับภูมิภาคและระดับสากล ท่าเรือแห้งท่าแขกจะเป็นศูนย์กลางในการบริการด้านลอจิสติกส์ที่ทันสมัยและครบวงจร และจะมีส่วนช่วยในการลดต้นทุนการขนส่ง ซึ่งจะทำให้ธุรกิจสปป.ลาวสามารถแข่งขันในตลาดโลกและตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการได้อย่างเต็มที่ การพัฒนา “ท่าเรือแห้งท่าแขก” เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ของรัฐบาลเรื่อง “การพัฒนาการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ในประเทศสปป.ลาว” ซึ่งระบุถึงความสำคัญและความจำเป็นในการพัฒนาท่าเรือในประเทศลาว และสอดคล้องกับนโยบายของประเทศที่จะเปลี่ยนจากการ “ประเทศไม่มีทางออกสู่ทะเลสู่ประเทศที่บริการขนส่งทางบกระดับภูมิภาคและโลก”

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_State_114.php

ท่าเรือแห้งธนาเล้ง เวียงจันทน์ โลจิสติกส์ พาร์ค สนับสนุนการเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์

ท่าเรือแห้งทนาเล็ง (TDP) และเวียงจันทน์โลจิสติกส์พาร์ค (VLP) โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่สองโครงการได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลสปป.ลาวในการเปลี่ยนสปป.ลาวให้กลายเป็นจุดเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์และประเทศที่เชื่อมโยงทางบกภายในภูมิภาคเอเชี่ยตะวันออกเฉี่ยงใต้ ท่าเรือแห้งทนาเล็งเป็นเป้าหมายที่สำคัญในการขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ลอจิสติกส์แห่งชาติของสปป.ลาวตั้งแต่ปี 2559 ถึง 2568 โครงการนี้มีแผนที่จะเชื่อมโยงกับเส้นทางการค้าทางทะเล สนามบิน และทางรถไฟ ดังนั้นโครงการนี้จะช่วยสนับสนุนและเพิ่มศักยภาพทางการค้าและการลงทุนสูงสุดของสปป.ลาว ในอนาคตอันใกล้ โครงการนี้มีแผนที่จะเชื่อมโยงกับท่าเรือหวุงอังในจังหวัดห่าติ๋งตอนกลางของเวียดนาม ซึ่งรัฐบาลสปป.ลาวและเวียดนามได้ตกลงที่จะร่วมกันพัฒนาเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของทั้งสองประเทศ

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_Thanaleng_105.php

บริษัท สปป.ลาวและจีนลงนามร่วมมือส่งเสริมการค้าขายสินค้าเกษตร

ข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง AIDC Trading Sole Co Ltd และ Zhengzhou City Grain and Oil Industry Co Ltd ได้ลงนามในเวียงจันทน์เมื่อวันศุกร์ระหว่างการประชุมทางวิดีโอ ภายใต้เงื่อนไขของข้อตกลง AIDC Trading จะส่งออกสินค้าเกษตร 9 ประเภทไปยังประเทศจีน ได้แก่ ถั่วลิสง ตันมันสำปะหลัง ตันเนื้อแช่แข็งและแห้ง ตันเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ตันทุเรียน ตันกล้วย ตันมะม่วง ตันถั่วเหลือง ตันและ ตัน น้ำตาล จากผลของการลงนามจะทำให้การส่งออกโดยรวมกันของทั้ง 9 สินค้าในช่วง 5 ปีตั้งแต่ปี 2564 ถึง 2569 จะมีมูลค่าถึง 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ความร่วมมือนี้จะช่วยปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของหลายร้อยครอบครัวมีส่วนช่วยให้รัฐบาลมีรายได้และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับชุมชนท้องถิ่น

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_Laoand_103.php