ความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของกัมพูชาดีขึ้น

กัมพูชากำลังรุกคืบในแง่ของความสามารถในการแข่งขันในเวทีการท่องเที่ยวทั่วโลก โดยในดัชนีการท่องเที่ยวและการแข่งขันการท่องเที่ยวฉบับล่าสุด (TCCI) ซึ่งจัดทำโดย World Economic Forum (WEF) ในเดือนนี้กัมพูชาอันดับสูงขึ้น 3 อันดับ ซึ่งปัจจุบันกัมพูชาอยู่ในอันดับที่ 98 ของโลก จากรายงานดังกล่าวประกอบด้วย 140 ประเทศที่ได้รับการจัดอันดับตามสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ความปลอดภัยและความมั่นคง รวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐานการขนส่ง ทรัพยากรธรรมชาติ นโยบายการท่องเที่ยว และปัจจัยอื่นๆ โดยรายงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของกัมพูชาซึ่งหลายคนเห็นว่ามีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวและมีแผนที่จะเผยแพร่แผนยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยว ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวระบุว่ากัมพูชาเป็นอันดับ 3 ในอาเซียนสำหรับการเติบโตของการท่องเที่ยว ปีที่แล้ว โดยมีนักท่องเที่ยวขาเข้าเพิ่มขึ้นกว่า 11%

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50646421/cambodias-tourism-competitiveness-improves/

บริษัทของอินโดนีเซียเร่งลงทุนในรถไฟของกัมพูชา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกัมพูชาขอให้บริษัท PT Industri Kereta Api Indonesia (Inka) ซึ่งเป็น บริษัท ผลิตรถไฟของรัฐบาลอินโดนีเซีย เร่งลงทุนในระบบรถไฟของกัมพูชา โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงขอให้ตัวแทนของ Inka เข้าหารือเกี่ยวกับการลงทุนในระบบรถไฟของกัมพูชากับหน่วยงานในท้องถิ่นและการรถไฟของกัมพูชา ซึ่ง Inka ตกลงที่จะส่งทีมเจ้าหน้าที่เพื่อหารือเกี่ยวกับการพัฒนาทางรถไฟกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น โดยกัมพูชากำลังทำการเพื่อขยายเครือข่ายทางรถไฟและทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะกัมพูชามีเส้นทางรถไฟเพียงสองเส้นทาง ได้แก่ พนมเปญถึงสีหนุวิลล์และพนมเปญไปปอยเปตของบันเตียเมียนเจย ซึ่งเครือข่ายทางรถไฟเดิมของประเทศได้รับการจัดการโดย Royal Group ผ่าน Royal Railways ที่เป็นบริษัทในเครือ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50646169/indonesian-firm-urged-to-invest-in-cambodian-railroads/

ผู้ประกอบการจีนลงทุนสร้างโรงงานปุ๋ยอินทรีย์ขนาดใหญ่ในกัมพูชา

บริษัท Hameinivin ของจีนประกาศแผนการลงทุนในโรงงานปุ๋ยอินทรีย์ขนาดใหญ่ในจังหวัดตโบงฆมุม ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะเปิดดำเนินการผลิตภายในสิ้นปี 2563 ซึ่งจะมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 50,000 ตันต่อปีเมื่อเฟสที่ 1 แล้วเสร็จ และเมื่อเฟสที่ 2 แล้วเสร็จจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อีก 10,000 ตัน โดยก่อนหน้าบริษัทได้ทำการเข้าซื้อพื้นที่เพื่อการเพราะปลูกไว้แล้วกว่า 1,300 เฮกเตอร์ในปี 2559 ซึ่งเชื่อว่าเกษตรกรจะได้รับประโยชน์จากการลงทุนของบริษัท ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร 2,000-4,000 เหรียญสหรัฐต่อปีจากการขายยาสูบ เพราะบริษัทเองประกอบธุรกิจโรงงานผลิตใบยาสูบแห้งอีกด้วย โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 2,000-3,000 ตันต่อปี ซึ่งตามรายงานของกระทรวงเกษตรกัมพูชามีการผลิตยาสูบอยู่ที่ 7,454 ตันในปี 2561 ลดลง 18% จากปี 2560

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50646140/chinese-firm-to-invest-10-million-in-organic-fertilizer-plant/

เอสเอ็มอีกัมพูชามองหาการสนับสนุนเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

สหพันธ์สมาคมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งกัมพูชาเรียกร้องให้รัฐบาลให้การสนับสนุนด้านภาษีเพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของตลาด SMEs โดยสมาคมยังคงให้การสนับสนุน SMEs ที่ใช้วัตถุดิบทางการเกษตรในท้องถิ่นรวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถของผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ทำการนำเข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งสมาคมวางแผนที่จะพูดคุยกับกระทรวงและสถาบันที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาที่เผชิญรวมถึงขอความช่วยเหลือเพื่อปรับปรุงธุรกิจที่ใช้วัตถุดิบทางการเกษตรในการผลิต โดยปัจจุบันผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นมีต้นทุนที่สูงกว่าผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่นำเข้า จึงพยายามที่จะช่วยลดต้นทุนโดยรวมทั้งภาษี วัตถุดิบ ค่าไฟฟ้า และค่าจ้างแรงงานเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ภายในประเทศสามารถแข่งขันได้ดีมากขึ้น ซึ่งจากข้อมูลของ FASMAC ประเทศกัมพูชามีผู้ประกอบการ SMEs ถึง 5 แสนราย โดยเป็นผู้ประกอบการแปรรูปวัตถุดิบทางการเกษตรถึง 1.5 แสนราย ที่เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/645740/smes-seek-support-to-boost-market-competitiveness/

ปริมาณการค้าระหว่างกัมพูชาและกวางสีที่กำลังจะขยายตัว

กระทรวงพาณิชย์กัมพูชาให้คำมั่นว่าจะเพิ่มปริมาณการค้ากับมณฑลกวางสีทางตอนใต้ของจีนภายในสิ้นปีนี้ประมาณ 30% โดยมีมูลค่าการค้าระหว่างกันอยู่ที่ 54 ล้านเหรียญสหรัฐในปีที่แล้วและคาดว่าในปีนี้จะมีมูลค่าการค้าระหว่างกันสูงถึง 80 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรัฐบาลได้ปฏิรูปและร่างมาตรการที่เป็นรูปธรรมโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือภาคเอกชนในการดำเนินธุรกิจในกัมพูชาเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจจะมีความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยรวมระหว่างกัมพูชาและจีนมีมูลค่าการค้าประมาณ 6.4 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2561 ในขณะที่จีนทำการลงทุนในกัมพูชาประมาณ 3.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนักลงทุนจีนมีส่วนร่วมในเกือบทุกภาคเศรษฐกิจในกัมพูชาเช่นโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน อสังหาริมทรัพย์ การเงิน รวมถึงภาคการท่องเที่ยว

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50645741/cambodia-guangxi-trade-volume-to-expand-commerce-ministry/

กลุ่มนักธุรกิจไทยเรียกร้องให้มีการดำเนินการต่อต้านสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มากขึ้น

กลุ่มนักธุรกิจไทยในกัมพูชาเรียกร้องให้รัฐบาลปราบปรามการขายสินค้าปลอมที่ผลิตในประเทศไทยในกัมพูชา จากการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการปลอมแปลงผลิตภัณฑ์ที่จัดขึ้นโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญและสภาธุรกิจไทยในกัมพูชา (TBCC) ร่วมกับคณะกรรมการต่อต้านการปลอมแปลง (CCCC) ของกระทรวงมหาดไทย โดยจากรายงานของ CCCC แสดงให้เห็นการปราบปรามในปีที่ผ่านมาได้เปิดโปงสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์กว่า 20 รายการที่จำหน่ายในกัมพูชา ซึ่งสินค้าปลอมส่วนใหญ่จัดอยู่ในสินค้าประเภทอุปโภคบริโภคที่มีสารเคมีเป็นพิษและละเมิดเครื่องหมายการค้า โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาคณะกรรมการได้ทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ไปกว่า 70 ตัน รวมถึงกัมพูชาและไทยได้ตั้งเป้าที่จะเพิ่มการค้าทวิภาคีเป็น 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2563 คิดเป็นการเติบโตที่ 7% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายนกัมพูชาส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านมูลค่า 685 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 52% แต่ในทางตรงกันข้ามการนำเข้าจากประเทศไทยเพิ่มขึ้นเพียง 1% อยู่ที่ 3.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50645404/thai-business-community-urges-more-action-against-fake-goods/

อีกครั้งกับการค้นหาข้าวคุณภาพดีที่สุดของกัมพูชา

สหพันธ์ข้าวกัมพูชาได้เรียกร้องให้ผู้ผลิตและผู้ส่งออกข้าวเข้าร่วมการแข่งขันประกวดข้าวแห่งชาติปี 2019 โดยทำการส่งตัวอย่างข้าวเข้าประกวด ซึ่งการแข่งขันข้าวระดับชาติครั้งที่ 4 นี้จะจัดขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน และผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกข้าวจะต้องส่งตัวอย่างข้าวไปยัง CRF ภายในกันที่ 25 ตุลาคม หากต้องการเข้าแข่งขัน โดยกำหนดข้าวไว้ 3 ประเภทที่สามารถเข้าแข่งขันได้คือ ข้าวหอมพรีเมี่ยม ,ข้าวหอม และข้าวขาวเมล็ดยาว ซึ่งการแข่งขันจะเน้นไปที่คุณภาพของข้าวหลักทำการปรุงสุกแล้ว และนับตั้งแต่มีการเข้าร่วมการประกวด World Best Rice ประจำปี ข้าวของกัมพูชาได้รับรางวัลชนะเลิศมาแล้วในปี 2555 ,2556 ,2557 และในปีที่ผ่านมา โดยเมื่อปีที่แล้วข้าวหอมพรีเมี่ยมของกัมพูชาได้รับรางวัลข้าวที่ดีที่สุดในการแข่งขันระดับโลกซึ่งจัดขึ้นที่กรุงฮานอยประเทศเวียดนามในระหว่างการประชุม TRT World Rice Conference ครั้งที่ 10 ซึ่งในปัจจุบันกัมพูชาส่งออกข้าวสารไปแล้ว 281,538 ตัน ในช่วงครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50645419/search-on-again-for-kingdoms-best-quality-rice/