รัฐบาลสปป.ลาวเร่งผลิตวัวส่งออกไปจีน

รัฐบาลกำลังส่งเสริมให้เกษตรกรใน 18 จังหวัดทั่วประเทศเลี้ยงโคเพื่อส่งออก โดยได้แรงหนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากประเทศจีน ภายใต้ข้อตกลงที่ลงนามระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศ สปป.ลาวได้รับโควตาจำนวน 500,000 ตัวเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีน โดยมีแนวทางในการใช้ประโยชน์จาโครงการรถไฟสปป.ลาว-จีนเพื่อส่งเสริมศักยาภาพในการส่งออก ปัจจุบันสปป.ลาวมีแผนที่จะผลิตโคอย่างน้อย50,000 ตัวต่อปีและเป้าหมายการเลี้ยงคู่ผสมพันธุ์ที่จะออกลูกและสนับสนุนฟาร์มเป้าหมายกว่า 100 แห่งเพื่อขยายจำนวนให้เพียงพอต่อความต้องการ ความท้าทายอย่างหนึ่งที่สปป.ลาวต้องเผชิญคือความจำเป็นต้องใช้เงินลงทุน 1.76 ล้านล้านกีบเพื่อดำเนินโครงการผลิตโคเชิงพาณิชย์รวมถึงการควบคุมโรคระบาดในโคซึ่งจะเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการขยายพันธุ์เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการจากจีน

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_Govt_205_21.php

WTO คาดการค้าโลกปี’64 โต 10.8% จี้สมาชิกลดอุปสรรคคอขวดสินค้าโควิด

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร เอกอัครราชทูต คณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก เปิดเผยว่า องค์การการค้าโลก (WTO) ออกผลการศึกษาฉบับล่าสุดเกี่ยวกับผลกระทบของโควิด-19 ต่อการค้าโลก พบว่า การค้าโลก ในไตรมาสที่ 2 ปี 2564 ขยายตัวถึง 46% และคาดว่าในปี 2564 จะขยายตัวที่ 10.8% โดยการแพร่ระบาดของโควิดเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่มีผลต่อการขยายตัวของการค้าโลก และยังมีปัญหาคอขวดที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิด ทั้งมาตรการจำกัดการส่งออก ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนและขออนุญาตต่าง ๆ ส่งผลให้การผลิตและกระจายวัคซีนโควิดทั่วโลกหยุดชะงัก เกิดความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงวัคซีน ส่งผลต่อเนื่องไปยังการค้าและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ รวมทั้งอัตราอากรขาเข้าสินค้าที่เป็นปัจจัยการผลิตวัคซีนยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างมากในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนารวมทั้งไทย

ที่มา : https://www.prachachat.net/economy/news-784536

‘เวียดนาม’ เผยแผนกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ คาดเป็นแรงผลักดันตลาดหุ้น

นักลงทุนมีความหวังว่าแผนกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่จะช่วยเป็นแรงผลักดันตลาดหุ้นในประเทศ การเปิดตัวของวัคซีนจะทำให้เมือง/จังหวัดทั่วประเทศกลับมาเปิดอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยในการฟื้นตัวเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะแผนกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ที่เป็นแรงผลักดันเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ เงินลงทุนไหลเข้ามายังตลาดหุ้นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นธนาคาร ถึงแม้ว่าจะมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการเพิ่มขึ้นของหนี้เสียและผลประกอบการของธนาคารที่ลดลง ทั้งนี้ ตัวชี้วัดของตลาดหุ้นขยับตัวสูงขึ้น ประจำวันที่ 18 ต.ค. แต่ว่าดัชนีหุ้นเวียดนาม “VN-Index” ไม่สามารถข้ามระดับ 1,400 จุด เนื่องจากมีแรงขายที่สูงขึ้นในช่วงท้ายก่อนปิดตลาด ในขณะที่ตลาดหุ้นโฮจิมินห์ ดัชนี VNI ขยับสูงขึ้น 2.38 จุด แตะที่ระดับ 1,395.53 จุด

ที่มา : https://en.vietnamplus.vn/new-economic-stimulus-package-expected-to-spur-stock-market/209976.vnp

“บางกอกโพสต์” ชี้เวียดนามเป็นพิกัดเป้าหมายทางการลงทุน หลังการระบาดโควิด-19

สำนักข่าวไทย “Bangkok Post” รายงานว่าการลงทุนในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความท้าทายของนักลงทุนทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ความหวังของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียจะเติบโตได้ดีมาจากตลาดเวียดนามที่ทำได้ดีกว่าประเทศอื่นๆ ในระดับสากล เนื่องมาจากการขยายตัวของจีดีพีเมื่อปีที่แล้ว ท่ามกลางการระบาดของเชื้อไวรัส โดยกลุ่มบริหารกองทุนบัวหลวง เปิดเผยว่าการแพร่ระบาดส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วง 9 เดือนแรก ขยายตัวเพียง 1.4% แต่เมื่อพิจารณา 3-6 เดือนข้างหน้า แนวโน้มเศรษฐกิจเวียดนามมีทิศทางที่เป็นบวก ทั้งนี้ Bloomberg คาดการณ์ว่า การเติบโตของ GDP เวียดนาม สูงถึง 7% ในปีหน้า ถือว่าเป็นตัวเลขสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมี 3 ประเด็นสำคัญที่เป็นแรงขับเคลื่อนระยะยาว ได้แก่ 1) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอายุของประชากร 2) ผลประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมที่ได้รับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และ 3) การเปลี่ยนแปลงของดิจิทัล

ที่มา : https://en.vietnamplus.vn/vietnam-is-an-investment-destination-in-postpandemic-period-bangkok-post/209969.vnp

ADB อนุมัติเงินกู้ 40 ล้านดอลลาร์ ช่วย SME กัมพูชา

ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) ได้อนุมัติเงินกู้จำนวน 40 ล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยให้ กลุ่มไมโคร วิสาหกิจขนาดกลางและวิสาหกิจขนาดย่อม (MSMEs) ของกัมพูชา เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น โดยเงินจำนวนดังกล่าวจะสนับสนุนภายใต้ความพยายามของรัฐบาล ในการปฏิรูปเพื่อเพิ่มเสถียรภาพทางการเงินและการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของภาคการเงินในประเทศ ซึ่งในการนี้ถือเป็นระยะที่ 3 ของโครงการพัฒนาระบบการเงิน ที่ได้ดำเนินการมาก่อนหน้าตั้งแต่ปี 2016-2019 โดย ADB ระบุว่าการเข้าถึงผลิตภัณฑ์หรือบริการทางด้านการเงินสำหรับคนยากจนในกัมพูชามีอยู่อย่างจำกัด เนื่องจากมีความรู้ทางด้านการเงินต่ำ สะท้อนจากประชากรกลุ่มผู้ใหญ่ในประเทศที่มีบัญชีธนาคารอยู่เพียงร้อยละ 22 ขณะเดียวกันผู้ประกอบการ MSMEs ก็ประสบกับปัญหาในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเช่นกัน ซึ่ง ADB กล่าวเพิ่มเติมว่าความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงินของกัมพูชาเพิ่มขึ้นในระยะที่ผ่านมา เนื่องจากการระบาดของโควิด-19

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50954353/adb-approves-40-million-to-help-small-companies-get-loans/

กัมพูชารายงานการจัดเก็บภาษีในช่วง 9 เดือนแรกของปี

กรมภาษีอากร (GDT) รายงานการจัดเก็บภาษีในช่วง 9 เดือนแรกของปี อยู่ที่ประมาณ 2,111 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นร้อยละ 94.12 ของแผนการจัดเก็บภาษีประจำปี โดยอธิบดีกรมได้กล่าวแนะนำต่อเจ้าหน้าที่ในสายงาน ให้ดำเนินการตามนโยบายการปฏิรูปเชิงลึกของรัฐบาลอย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพต่อไป ผ่านมาตรการสำคัญต่างๆ รวมถึงการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการจัดการ การปฏิรูประบบภาษี และการปรับปรุงระบบ Tol e-filling เพื่อเสริมมาตรฐานการจัดเก็บภาษีภายในประเทศ ซึ่งรัฐบาลกัมพูชาได้ตั้งเป้าหมายที่จะรวบรวมรายได้จากภาษีในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 2.243 ล้านดอลลาร์

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50954524/over-2-1-billion-collected-as-tax-revenue-in-first-nine-months/

ปีงบฯ 63-64 สิงคโปร์ทุ่มลงทุนในเมียนมา กว่า 429 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

สำนักงานบริหารจัดการบริษัทและทะเบียนบริษัท (DICA) เผย ปีงบประมาณ 2563-2564 สถานประกอบการที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ นำเงินลงทุนในเมียนมาไปแล้วกว่า 429 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนใหญ่ลงทุนในการพัฒนาเมือง อสังหาริมทรัพย์ พลังงาน และภาคการผลิต ซึ่งในปีงบประมาณนี้ เมียนมาดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมากกว่า 3.79 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 48 บริษัท รวมถึงการขยายทุนในวิสาหกิจและการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา โดยมีญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนรายใหญ่อันดับ 2 ด้วยทุนจดทะเบียนประมาณ 518.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่อันดับ 2 ในเขตเศรษฐกิจพิเศษติลาวา รองจากญี่ปุ่นอีกด้วย

ที่มา : https://www.gnlm.com.mm/singapore-puts-capital-of-429-mln-into-myanmar-in-2020-2021fy/

ผู้ติดเชื้อภายในประเทศกัมพูชา ยังคงทรงตัวต่ำต่อเนื่อง

กัมพูชารายงานสถานการณ์ผู้ป่วยโควิด-19 เคสใหม่จำนวน 267 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 17 ต.ค. ) โดยมียอดผู้ติดเชื้อสะสมรวม 116,407 ราย ซึ่งจำนวนเคสที่ลดลงอย่างต่อเนื่องส่งผลให้การจำกัดการเดินทาง หรือมาตรการในการควบคุมการเดินทางต่าง ๆ ลดความเข้มข้นลง แต่มาตรการป้องกันสำหรับภาคธุรกิจยังคงดำเนินต่อไปเพื่อป้องกันจำนวนเคสที่อาจจะเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน โดยภาคธุรกิจต่างหวังว่ารัฐบาลจะทบทวนข้อจำกัดในปัจจุบันและจะยกเลิกข้อจำกัดบางอย่างลง เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้อย่างปกติ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50953754/10-days-after-pchum-cambodias-covid-19-cases-remain-steady-below-300-for-17-days-with-recoveries-outstripping-infections/

แอร์เอเชีย กรุ๊ป จับตากัมพูชาเปิดตัวสายการบินใหม่

บริษัท AirAsia Aviation Ltd. เปิดเผยว่า AirAsia Group กำลังพิจารณากัมพูชาในการขยายธุรกิจสายการบินแห่งใหม่ โดย AirAsia Aviation วางแผนจะรวมสายการบิน 4 สาย ในประเทศมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างธุรกิจ ระหว่างธุรกิจสายการบินและธุรกิจด้านดิจิทัลออกจากกันอย่างชัดเจน โดยวางแผนทบทวนตลาดใหม่ อาทิเช่น กัมพูชา เพื่อเชื่อมโยงตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในอนาคต ซึ่งกัมพูชาถือเป็นประเทศที่ดึงดูดสายการบินเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศหลายแห่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และยังคงเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับสายการบินใหม่ที่มีศักยภาพ โดยสถานการณ์ปริมาณผู้โดยสาร ณ สนามบินนานาชาติ 3 แห่ง ของกัมพูชาในกรุงพนมเปญ เสียมราฐ และสีหนุวิลล์ ลดลงกว่าร้อยละ 92.3 ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50953478/airasia-group-eyes-cambodia-with-brand-new-airline-venture/

ธุรกิจจะได้ผลประโยชน์จากการดำเนินการรถไฟลาว-จีน

การรถไฟลาว-จีนอาจเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำหรับการพัฒนาของสปป.ลาว แต่รัฐบาลต้องมีแผนที่ชัดเจนว่าจะเพิ่มประโยชน์สูงสุดจากทางรถไฟมูลค่า 5.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ฯ ได้อย่างไร นางวาลี เวทสพงษ์ รองประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติสปป.ลาว กล่าวกับเวียงจันทน์ไทมส์เมื่อวันจันทร์ว่า “ทางรถไฟจะมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจของสปป.ลาวและจะให้แรงผลักดันอย่างมากในการเสริมสร้างความเชื่อมโยงของลาวและนานาประเทศเพื่อนบ้าน” ทั้งนี้ทางรถไฟจะส่งผลให้การท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนเติบโตทางรถไฟระยะทาง 422.4 กม. คาดว่าจะลดต้นทุนการขนส่งผ่านสปป.ลาวได้ร้อยละ 30-40 เมื่อเทียบกับการเดินทางทางถนน ด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของลาวคาดว่าจะได้รับประโยชน์อย่างมากจากปริมาณผู้โดยสารทางรถไฟที่เพิ่มขึ้นรวมถึงการอำนวยความสะดวกทางการค้า

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_Businesses_204.php