เมียนมามุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจหลัง COVID-19

กระทรวงการลงทุนและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจต่างประเทศและประธานคณะกรรมการการลงทุนเมียนมาร์ (MIC) ของเมียนมาให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเศรษฐกิจทั้ง 4 ภาคส่วนเพื่อรับมือกับผลพวงของ COVID-19 และผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ซึ่งเชื่อว่าสามารถตอบสนองต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะส่งเสริมการลงทุนในเขตอุตสาหกรรมใหม่ อุตสาหกรรมเกษตรกรรมซึ่งสนับสนุนทั้งห่วงโซ่อุปทาน การผลิตสินค้าเกี่ยวข้องกับสุขภาพและเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจดิจิทัล และจำเป็นที่จะต้องทบทวนแผนส่งเสริมการลงทุนของเมียนมาร์ (MIPP) ซึ่งเป็นพิมพ์เขียวแห่งชาติระยะยาวในการดึงการลงทุนเข้ามาในประเทศ ADB ชี้การแพร่ระบาดจะส่งผลกระทบต่อแผนการลงทุนในอนาคตและอาจส่งผลกระทบต่อการไหลเข้าของเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ การอนุมัติ FDI เพิ่มขึ้นเป็น 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงไตรมาส 3 สิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2563 จาก 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยนักลงทุนให้ความสำคัญกับการผลิตไฟฟ้า การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการผลิต ขณะที่ GDP ของเอเชียในปีนี้คาดว่าจะหดตัวร้อยละ 0.7 ซึ่งเป็นการถดถอยครั้งแรกในรอบเกือบหกทศวรรษซึ่งอาจทำให้การลงทุนไหลเข้าเมียนมาลดลงในอนาคต โดย ADB คาดว่าการเติบโตเศรษฐกิจของเมียนมาจะเหลือเพียงร้อยละ 1.8 เปอร์เซ็นต์ในปีงบประมาณ 62-63 เทียบกับร้อยละ 4.2 ที่คาดการณ์ไว้ในเดือนเมษายน 63 หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดีการเติบโตทางเศรษฐกิจคาดว่าจะฟื้นตัวเป็นร้อยละ 6 ในปีงบประมาณ 63-64

ที่มา: https://www.mmtimes.com/news/border-trade-hold-myanmar-thailand-add-restrictions.html

ปีงบฯ 62-63 มูลค่า FDI เมียนมาเกินเป้าหมาย

การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของเมียนมาเกินเป้าหมายที่ 5.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 7 กันยายน ของปีงบประมาณ -62-63 โดยมีการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด 234 แห่ง ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 62  ถึง 7 กันยายน 63 ซึ่งจะรวมถึงการขยายธุรกิจเดิมและการลงทุนภายใต้กฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษ คณะกรรมการการลงทุนเมียนมาวางแผนที่จะจัดการประชุมครั้งสุดท้ายก่อนสิ้นปีงบประมาณซึ่งจะมีการทบทวนการลงทุนขั้นสุดท้ายสำหรับปีนี้ ซึ่งหากมีการลงทุนทั้งหมดจะมีมูลค่าทั้งหมด 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปีงบประมาณ 62-63 เกินเป้าหมาย 5.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปีนี้ เมียนมายังต้องการการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มอีก 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลงทุนทั้งหมดที่คาดว่าจะได้รับการอนุมัติก่อนสิ้นเดือนนี้

ที่มา: https://www.mmtimes.com/news/foreign-direct-investments-fiscal-2019-20-exceed-target.html

เวียดนามเผยการลงทุนสาธารณะสูงสุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา

สำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนาม (GSO) เปิดเผยว่าในเดือนสิงหาคม และในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ การลงทุนสาธารณะเพิ่มขึ้นร้อยละ 45.4 และ 30.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ตามลำดับ ซึ่งมูลค่าการลงทุนสูงที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา แตะ 47.7 ล้านล้านด่อง (หรือ 2.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนสิงหาคม และตั้งแต่เดือน ม.ค.-สิ.ค. มูลค่าอยู่ที่ 250.5 ล้านล้านด่อง ทั้งนี้ กระทรวงวางแผนและการลงทุน ระบุว่าในวันที่ 20 สิ.ค. เวียดนามดึงดูดการลงทุน FDI อยู่ที่ 19.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 13.7 เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว จำแนกออกเป็นโครงการ FDI ที่จดทะเบียนใหม่ 1,797 โครงการ ด้วยเงินทุนจดทะเบียนรวม 9.73 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 6.6 ในแง่จำนวนโครงการ แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.6 ในแง่มูลค่าเงินทุน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ในขณะเดียวกันโครงการในปัจจุบันมีอยู่ 718 โครงการ ที่มีการปรับเพิ่มเงินทุนมากกว่า 4.87 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ที่มา : https://en.vietnamplus.vn/public-investment-hits-fiveyear-high/182129.vnp

‘Intel’ สนใจที่จะขยายการลงทุนในเวียดนาม

จากการประชุม US Business Forum ที่นครโฮจิมินห์ เมื่อวันที่ 25 สิ.ค. เป็นการจัดกิจกรรมฉลอง 25 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตสหรัฐฯ นาย Kim Huat Ooi รองประธานและผู้อำนวยการทั่วไปของบริษัท อินเทล โปรดักส์เวียดนาม (Intel Products Vietnam) กล่าวว่าเม็ดเงินทุน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐไปยังโรงงานท้องถิ่น และทางบริษัทยังคงจะลงทุนในเวียดนามอีกหลายปีข้างหน้า ซึ่งบริษัทอยู่ในช่วงเตรียมตัวในการลงทุนครั้งสำคัญ โดยปัจจุบัน บริษัทมีมูลค่าส่งออกอยู่ที่ 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแผนที่จะลงทุนเพิ่มเติมในนครโฮจิมินห์ ทั้งนี้ นาย Kim Huat Ooi ยังกล่าวชื่นชมถึงสภาพแวดล้อมการทำธุรกิจในท้องถิ่น และ Intel ถือเป็นบริษัทไฮเทคแห่งแรกที่อัดฉีดเงินลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐไปยังเมืองทางตอนใต้ของเวียดนาม นับว่าเป็นก้าวสำคัญของบริษัท Intel อย่างมาก นอกจากนี้ Intel ยังลงทุนราว 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับมหาวิยาลัย 8 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในนครโฮจิมินห์ ขณะที่ ทำงานร่วมกับนักศึกษาหญิงกว่า 700 คน ด้วยการวางรางฐานให้กับธุรกิจในการพัฒนาโรงงานประกอบและทดสอบที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมกับสร้างแรงงานทักษะสูงอีก 5,000 ตำแหน่ง

ที่มา : https://english.vov.vn/economy/intel-keen-to-expand-investment-in-vietnam-417806.vov

ย่างกุ้งเตรียมผลักดันโครงการ FDI ขนาดใหญ่ 3 โครงการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

คณะกรรมการการลงทุนของย่างกุ้งเปิดเผยว่ากำลังเร่งจัดลำดับความสำคัญของการดำเนินการของเขตอุตสาหกรรม 3 แห่ง ซึ่งจะช่วยธุรกิจในท้องถิ่นและสร้างโอกาสในการทำงานในภูมิภาคเนื่องจากการลงทุนใหม่อื่น ๆ อาจใช้เวลาเนื่องจากข้อจำกัดด้านการเดินทางที่เกิดจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 โครงการทั้ง 3 ได้แก่ Hlegu Industrial Park, Yangon Amata Smart Eco City และ Korea-Myanmar Industrial Complex ซึ่งทั้ง 3 โครงการได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการลงทุนของเมียนมา (MIC) โดยโครงการ Hlegu Industrial Park มีมูลค่า 230.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งพัฒนาโดยกลุ่มบริษัท Sembcorp Industries ในสิงคโปร์ครอบคลุมพื้นที่ 566 เฮกตาร์ในเมืองแลกูและเมืองย่างกุ้ง ข้อตกลงสำหรับโครงการนี้ลงนามโดย Sembcorp CSSD Myanmar Co และพันธมิตรในพื้นที่ Phatama Group Co Ltd และ Myanmar Agribusiness Public Corp (MAPCO) โครงการที่ 2 ศูนย์อุตสาหกรรมเกาหลี – เมียนมาร์ (Korea-Myanmar Industrial Complex : KMIC) เป็นโครงการของรัฐกับรัฐ (G2G) ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐตั้งอยู่ในเมืองแลกูและเมืองย่างกุ้งซึ่งจะเริ่มดำเนินการก่อนสิ้นปีนี้ โครงการที่ 3 Yangon Amata Smart Eco City  มีมูลค่า 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โครงการนี้จะเกี่ยวข้องกับกรมพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัยและอมตะเอเชีย (เมียนมา) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศไทยคืออมตะคอร์ปอเรชัน การพัฒนาจะอยู่ในเขตเมือง East Dagon โครงการการลงทุนใหม่นี้เป็นโครงการจากต่างประเทศ 2 โครงการมูลค่า 6.94 ล้านดอลลาร์สหรัฐและการลงทุนในประเทศ 1 โครงการมูลค่า 2.17 พันล้านจัตในภาคการผลิต คาดว่าจะสร้างโอกาสในการทำงาน 1,073 คน

ที่มา : https://www.mmtimes.com/news/yangon-push-three-large-fdi-projects-boost-economy.html

อิรวดีและฉานมีแผนส่งเสริมการลงทุน

เมียนมากำลังขยายทางเลือกสำหรับธุรกิจที่จะลงทุนในประเทศ เมื่อไม่นานมานี้อนุญาตให้นักลงทุนขยายสาขาการลงทุนออกไปนอกกรุงย่างกุ้งและมัฑะเลย์และภูมิภาคอื่น ๆ ของประเทศแม้จะมีการระบาดของ COVID-19 คณะกรรมการการลงทุนของอิรวดี ได้อนุญาตให้ลงทุนในโรงแรมและการท่องเที่ยว การผลิต และการก่อสร้างมูลค่าประมาณ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐและ 3 พันล้านจัต คาดว่าจะสร้างงานได้มากกว่า 2,000 ตำแหน่ง โดยได้ให้การสนับสนุน 35 นักลงทุนจากในประเทศและต่างประเทศลงทุนในภาคขนส่งและภาคอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันรัฐฉานเดินหน้าด้วยแผนการส่งเสริมการลงทุน 10 ปี สำหรับปีงบประมาณ 2562-2563 ถึงปีงบประมาณ  2573 – 2574 เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจโดยการจ้างแรงงานในสัดส่วนที่สูงขึ้น โครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น และการให้บริการที่สามารถรองรับนักลงทุนและธุรกิจ แผนส่งเสริมการลงทุนของรัฐฉาน (SSIPP) มีเป้าหมายที่จะเพิ่มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในเป็น 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2568 และ 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2573 โดยรัฐฉานสามารถดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมูลค่า 780 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณ 2561-2562 ส่วนใหญ่เป็นภาคพลังงานคิดเป็นร้อยละ 70 แม้ว่ารัฐฉานจะมีทรัพยากรธรรมชาติและแรงงานจำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้เนื่องจากขาดทักษะ โครงสร้างพื้นฐาน และระบบตลาดที่ใช้ได้จริง ท่ามกลางความไม่แน่นอนในภูมิภาคและในพื้นที่แนวชายแดน

ที่มา : https://www.mmtimes.com/news/ayeyarwady-shan-advance-investment-promotion-plans.html

INFOGRAPHIC : เวียดนามเผยช่วง 7 เดือนแรกปึนี้ ดึงดูดเม็ดเงิน FDI กว่า 18.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

กระทรวงวางแผนและการลงทุนเวียดนาม เปิดเผยว่ายอดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ มีมูลค่า 18.82 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินลงทุนจากโครงการใหม่จำนวน 1,620 โครงการรวมมูลค่า 9.46 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ, โครงการปรับเพิ่มเงินทุนจำนวน 619 โครงการรวมมูลค่า 4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีการซื้อหุ้นกิจการภายในประเทศจำนวน 4,459 โครงการรวมมูลค่า 4.46 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ภาคอุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปยังคงดึงดูดความสนใจของนักลงทุนต่างชาติ มูลค่า 8.96 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 47.62 ของมูลค่าการลงทุนรวม รองลงมาไฟฟ้า ก๊าซ ไอน้ำและระบบการปรับอากาศ มูลค่า 3.95 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (20.99%), อสังหาริมทรัพย์ มูลค่า 2.82 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (14.98%), การค้าปลีกค้าส่งและซ่อมยานยนต์ มูลค่า 1.095 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (5.8%) และอื่นๆ ตามลำดับ

ที่มา : https://en.vietnamplus.vn/first-7-months-fdi-attraction-reaches-over-188-billion-usd/179310.vnp

กัมพูชาผลักดันการพัฒนาภาคอสังหาริมทรัพย์ภายในประเทศ

Century 21 Zillion Holding บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในกัมพูชา ซึ่งเป็นธุรกิจแฟรนไชส์จากสหรัฐอเมริกา ได้ผลักดันการพัฒนาภาคอสังหาริมทรัพย์ในกัมพูชาด้วยการจัดหลักสูตรฝึกอบรมเกี่ยวกับทักษะด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยจังหวัดพระสีหนุได้รับเลือกให้เป็นจังหวัดแรกในการจัดฝึกอบรมเพื่อสร้างงานและโอกาสด้านการลงทุนสำหรับตลาดที่ดินทั่วประเทศกัมพูชา ซึ่งประธานสมาคมผู้ประเมินราคาและนายหน้าของกัมพูชา (CVEA) กล่าวว่าสีหนุวิลล์ถือเป็นเสาหลักเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากพนมเปญ โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการเติบโตอย่างมาก แต่จากรายงานของ CBRE แสดงให้เห็นว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสที่ 2 ปี 2020 ได้รับผลกระทบอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 โดยกัมพูชายังเห็นการลดลงของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในภาคอสังหาริมทรัพย์ร่วมด้วย ตามรายงานของธนาคารแห่งชาติกัมพูชา ซึ่งเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติไหลเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลงร้อยละ 24

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50749319/push-to-develop-property-sector/

เวียดนามเผยม.ค.-ก.ค. ดึงดูดเม็ดเงิน FDI ลดลง 6.9% (18.82 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

กระทรวงวางแผนและการลงทุนเวียดนาม เปิดเผยว่าเวียดนามดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มูลค่า 18.82 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2563 ลดลงร้อยละ 6.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา โดยมี 526 โครงการที่ได้รับอนุญาตใหม่ ยอดการลงทุนที่เป็นการลงทุนเพิ่มในโครงการที่มีอยู่ปัจจุบัน 4.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 37.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในช่วงเวลาดังกล่าว มีนักลงทุนต่างชาติ 4,459 รายที่เข้ามาลงทุนและซื้อหุ้น มูลค่าราว 4.46 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 45 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่ลงทุนในภาคอุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปเกือบร้อยละ 55 ของยอดทั้งหมด ขณะที่ ร้อยละ 28.8 ก๊าซ น้ำและจำหน่ายไฟฟ้า นอกจากนี้ การลงทุน FDI ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนาม, ภาค FDI คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 70 ของยอดส่งออกทั้งประเทศ

ที่มา : https://e.nhipcaudautu.vn/economy/vietnams-jan-jul-pledged-fdi-drops-69-to-1882bln-3336300/

บริษัทญี่ปุ่น 15 ราย ย้ายสายการผลิตจากจีนไปยังเวียดนาม

“เวียดนามคาดว่าจะดึงดูดการลงทุนจากบริษัทญี่ปุ่น 15 แห่งที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อย้ายฐานการผลิตออกจากจีนและทำให้ห่วงโซ่อุปทานเกิดความหลากหลาย” กระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) เปิดเผยรายชื่อบริษัท 87 แห่งที่ได้รับเงินทุน 70 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อดำเนินโครงการ ตามรายงานของสำนักข่าว Nikkei Asian Review ทั้งนี้ มีบริษัท 30 แห่งที่ย้ายฐานการผลิตไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว รวมทั้งเวียดนามและสปป.ลาว ขณะที่ อีก 57 แห่งมึจุดหมายอยู่ที่ญี่ปุ่น โดยเป้าหมายของการย้ายสายการผลิตดังกล่าว เพื่อที่จะลดการพึ่งพาการผลิตของญี่ปุ่นในจีน ซึ่งบริษัทส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอุปกรณ์ทางการแพทย์ นอกจากนี้ เวียดนามยังเป็นจุดมุ่งหมายของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) หลังจากเวียดนามควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) และไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในระดับชุมชนนานกว่า 3 เดือน

ที่มา : https://english.vov.vn/economy/15-japanese-firms-to-move-china-production-lines-to-vietnam-416280.vov