EVFTA เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดค้าปลีกเวียดนาม

ความได้เปรียบจากการเข้าร่วมข้อตกลงการค้าเสรียุคใหม่ อาทิ ข้อตกลงการค้าเสรีสหภาพยุโรป-เวียดนาม (EVFTA) คาดว่าจะเป็นแรงผลักดันใหม่สำหรับตลาดค้าปลีกในท้องถิ่นที่จะเติบโตดีขึ้น ท่ามกลางการระบาดของโรค COVID-19 ในขณะที่ นักเศรษฐศาสตร์มองว่าเวียดนามประสบความสำเร็จจากการควบคุม COVID-19 ควบคู่กับการใช้ FTA ด้วยปัจจัยดังกล่าว ช่วยให้เวียดนามเป็นแม่เหล็กในการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งจากการประเมิน ชี้ว่าเม็ดเงิน FDI ยังคงไหลเข้าไปยังตลาดค้าปลีกในประเทศ ถือว่าเป็นธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาถึงการใช้จ่ายของครัวเรือนในท้องถิ่น คาดว่าจะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ 10.5 ต่อปี และคาดว่าจะสูงถึง 714 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนในปีนี้ อีกทั้ง ตลาดค้าปลีกในเวียดนามได้รับสัญญาไปในทิศทางที่เป็นบวก หลังจากดึงดูดผู้ค้าปลีกจากเกาหลีใต้ ไทยและญี่ปุ่นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

  ที่มา : https://vov.vn/en/economy/evfta-poised-to-become-driving-force-for-retail-market-growth-786276.vov

ค่าเงินด่องของเวียดนามมีแนวโน้มเสถียรภาพ

จากรายงานของฟิทช์ โซลูชันส์ (Fitch Solutions) ระบุว่าในระยะสั้น ทางธนาคารกลางเวียดนาม (SBV) คาดว่ายังคงรักษาเสถียรภาพของค่าเงินด่องได้ เนื่องจากต้องควบคุมระดับของความสามารถทางการแข่งขันด้านการส่งออก ด้วยเหตุนี้  ฟิทช์ โซลูชันส์ปรับค่าเงินด่องเวียดนามเฉลี่ยที่ 23,250 ด่อง/ดอลลาร์สหรัฐในปี 2563 และมาอยู่ในระดับที่ 23,400 ด่อง/ดอลลาร์สหรัฐในปี 2564 ขณะที่ ค่าเงินด่องยังคงทรงตัวเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่เดือนก.ค. ทั้งนี้ คาดว่าการเกินดุลการค้าของเวียดนามยังคงต่อเนื่อง เนื่องจากราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำและการส่งออกยังได้รับแรงหนุนจากภาคอุตสาหกรรม ประกอบกับผลกระทบจากข้อตกลงการค้าเสรีสหภาพยุโรป-เวียดนาม (EVFTA) ที่ช่วยกระตุ้นการส่งออกของประเทศ ในขณะที่ การไหลเข้าของเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยในปีนี้เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับผลมาจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 นอกจากนี้ ทุนสำรองระหว่างประเทศในเดือนก.ค. อยู่ที่ 84 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทางธนาคาร SBV มองว่ายังสามารถรักษาระดับของค่าเงินด่องในไม่กี่เดือนข้างหน้า และมีแนวโน้มว่าจำเป็นต้องซื้อเงินสำรองต่างประเทศมากขึ้น เพื่อที่จะให้ค่าเงินด่องกลับมาอ่อนค่าลง

ที่มา : http://hanoitimes.vn/stable-outlook-expected-for-vietnamese-dong-314500.html

เวียดนามส่งออกปลาทูน่าไปยัง EU พุ่งสูงขึ้น หลังจากลงนามข้อตกลง EVFTA

เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทได้ประสานงานกับคณะกรรมการประชาชนของจังหวัดคั้ญฮหว่า เพื่อส่งเสริมการผลิตปลาทูน่าด้วยการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (IUU Fishing) และยกระดับการส่งออกปลาทูน่าไปยังสหภาพยุโรปภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีสหภาพยุโรป-เวียดนาม (EVFTA) ทั้งนี้ ในเดือนสิ.ค. เวียดนามส่งออกปลาทูน่าไปยังสภาพยุโรปอยู่ที่ 11.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.6) และในเดือนก.ย. อยู่ที่ 11.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.3 เมื่อเทียบเดือนที่แล้ว) อีกทั้ง นาย Phung Duc Tien รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบท กล่าวว่า EVFTA จะสร้างโอกาสในการส่งออกปลาทูน่าของเวียดนามไปยังสหภาพยุโรปในช่วงเดือนสุดท้ายของปีนี้ และยังช่วยให้เวียดนามส่งออกอาหารทะเลเพิ่มขึ้นในอนาคตข้างหน้า นอกจากนี้ ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรี EVFTA ทำให้สหภาพยุโรปจะลดภาษีสำหรับสินค้าส่งออกอาหารทะเลของเวียดนามร้อยละ 86.5 ภายใน 3 ปีข้างหน้า และจะอยู่ในระดับร้อยละ 90.3 ภายใน 5 ปีข้างหน้าและร้อยละ 100 ซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้ในระยะเวลา 7 ปี

ที่มา : https://vietnamtimes.org.vn/vietnams-tuna-exports-to-eu-surge-thanks-to-evfta-25052.html

เวียดนามเผยการส่งออกผักผลไม้ดิ่งลง ช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ระบุว่าในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ มูลค่าการส่งออกผักและผลไม้ของเวียดนามอยู่ที่ 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ถึงแม้ว่าส่วนแบ่งการตลาดมะพร้าวของประเทศไทยจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ในเดือนสิ.ค. แก้วมังกรเป็นสินค้าเกษตรที่มีการเติบโตเร็วที่สุดของเวียดนามในบรรดากลุ่มผลไม้ต่างๆ คิดเป็นยอดส่งออกร้อยละ 51.8 ของมูลค่าส่งออกผลไม้รวม โดยเฉพาะตลาดจีน ที่มีมูลค่าส่งออกพุ่งร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ด้วยมูลค่า 127.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ จากรายงานของสำนักงานนำเข้า-ส่งออก เผยว่ายอดส่งออกแก้วมังกรที่เติบโตอย่างรวดเร็วไปยังจีน ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเอื้ออำนวยของพิธีการศุลกากร และความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดจีน นอกจากนี้ ข้อตกลงการค้าเสรี EVFTA คาดว่าจะช่วยให้ยกระดับความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจเวียดนามเมื่อเทียบกับภูมิภาคเดียวกัน อย่างเช่น ไทย ฟิลิปปินส์และมาเลเซีย เป็นต้น นอกเหนือจากนี้ก็กลุ่มประเทศอเมริกาใต้ เช่น เปรูและเอกวดอร์

ที่มา : https://vov.vn/en/economy/fruit-and-vegetarble-exports-plummet-over-nine-months-783688.vov

เวียดนามคาดมูลค่าการส่งออก 300 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้

จากรายงานของกระทรวงอุตสาหกรรมและสำนักงานนำเข้า-ส่งออก เผยเวียดนามมีมูลค่าส่งออกในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ อยู่ที่ 202 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สิ่งที่น่าสังเกต คือ ภาคเศรษฐกิจในประเทศของเวียดนามเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ อีกทั้งผลกระทบจากข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างเวียดนามกับอียู (EVFTA) ที่บังคับใช้เมื่อวันที่ 1 สิ.ค. ทำให้การส่งออกของเวียดนามเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 4 ทั้งนี้ ในเดือนสิ.ค. เวียดนามมีมูลค่าการส่งออกไปสหภาพยุโรปอยู่ที่ 3.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.65 เมื่อเทียบกับเดือนก.ค. นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าได้ดำเนินการตามแผนส่งเสริมการค้าในปี 2563-2568 เพื่อส่งเสริมสินค้าให้มีประสิทธิภาพและมีความได้เปรียบทางการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงยังช่วยเหลือธุรกิจท้องถิ่นให้มีการส่งออกมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดเกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและจีน เป็นต้น  

ที่มา : https://en.vietnamplus.vn/vietnam-likely-to-earn-300-billion-usd-in-exports-this-year/188033.vnp

เวียดนามส่งออกกาแฟชุดแรก ภายใต้ข้อตกลง EVFTA

ผู้ประกอบการเวียดนามได้แถลงการณ์เมื่อวันพุธว่าทำการส่งออกเสาวรสและกาแฟชุดแรกไปยังสหภาพยุโรป ตามข้อตกลงการค้าเสรีเวียดนาม-สหภาพยุโรป (EVFTA) ทำให้ภาษีของเมล็ดกาแฟคั่วหรือไม่ได้คั่วลดลงจากร้อยละ 7-11 มาจนถึงร้อยละ 0 ในขณะเดียวกัน ภาษีของผลิตภัณฑ์กาแฟสำเร็จรูปลดลงจากร้อยละ 9-12 มาจนถึงร้อยละ 0 ตามข้อตกลงดังกล่าวที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 สิ.ค. 2563 ด้วยเหตุนี้ เวียดนามจึงมีความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างมากในตลาดยุโรป ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบท ระบุว่าได้ดำเนินการสร้างโครงการในการพัฒนาความเชี่ยวชาญด้านกาแฟ และการส่งเสริมอุตสาหกรรมแปรรูปกาแฟ รวมถึงยกระดับแบรน์ผลิตภัณฑ์กาแฟให้ทัดเทียมกับนานาชาติ นอกจากนี้ มูลค่าการส่งออกกาแฟของเวียดนามไปสหภาพยุโรป อยู่ที่ราว 76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือน สิ.ค. เพิ่มขึ้นร้อยละ 34.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของเดือนก่อน “นับว่าตัวเลขส่งออกข้างต้นอยู่ในระดับน่าพึงพอใจ”

ที่มา : https://vietnamnews.vn/economy/772409/viet-nams-first-batch-of-coffee-under-evfta-exported.html

ADB หั่นการเติบโตเศรษฐกิจเวียดนามในปี 63 เหลือ 1.8%

ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) ได้ปรับลดการคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจเวียดนามลงเหลือ 1.8% ในปี 2563 จากครั้งก่อนที่ปรับลดเหลือร้อยละ 4.1 ในเดือนมิ.ย. แต่คาดว่าในปี 64 การขยายตัวของเศรษฐกิจเวียดนามจะกลับมาขยายตัวร้อยละ 6.3 ซึ่งสาเหตุของเศรษฐกิจที่หดตัวลงมาจากการบริโภคในประเทศลดลงและความต้องการทั่วโลกอ่อนแอลง เนื่องจากได้รับผลกระทบของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ทั้งนี้ เศรษฐกิจเวียดนามจะยังคงได้รับประโยชน์หลายประการ ได้แก่ การย้ายฐานการผลิตจากจีนไปยังเวียดนาม การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีน และผลจากข้อตกลงการค้าเสรีเวียดนาม-อียู (EVFTA) เป็นต้น ในขณะที่ อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับร้อยละ 3.3 ในปี 63 และร้อยละ 3.5 ในปี 64 แต่ทว่าทางธนาคาร ADB คาดว่าเวียดนามเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นไปในทิศทางที่เป็นบวกภายในปีนี้ เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้จะหดตัวร้อยละ 3.8 ในปี 63

ที่มา : http://hanoitimes.vn/adb-cuts-vietnam-gdp-growth-forecast-to-18-in-2020-314210.html

บริษัทเหล็กเวียดนาม “Hoa Phat Steel Sheet” ได้เปรียบการส่งออกจาก FTA

ข้อตกลงการค้าเสรีสหภาพยุโรป-เวียดนาม (EVFTA), ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน และข้อตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวทั้งหมด ก่อให้เกิดข้อได้เปรียบต่อบริษัทในแง่ภาษีศุลกากรจากยุโรป อาเซียน จีนและกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก โดยเมื่อเร็วๆนี้ ได้ร่วมลงนามสัญญาหลายฉบับ เพื่อส่งออกสินค้าไปยังตลาดเอเชีย ยุโรปและเม็กซิโก เป็นต้น ด้วยจำนวนแผ่นเหล็ก 10,000 ตันไปยังไทย ทั้งนี้ โรงงาน Dung Quat ของหวาฟัต ประสบความสำเร็จในการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตของอิตาลี นอกจากนี้ สินค้าในปัจจุบันได้วางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก ยุโรป ออสเตรเลีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย กัมพูชาและประเทศอื่นๆ

ที่มา : https://english.vov.vn/economy/hoa-phat-steel-sheet-enjoying-export-advantages-from-ftas-417781.vov

เวียดนามเผยการส่งออกอาหารทะเลพุ่งขึ้น หลังจาก EVFTA มีผลบังคับใช้

สมาคมผู้ส่งออกและผู้ผลิตอาหารทะเลเวียดนาม (VASEP) ระบุว่าการส่งออกอาหารทะเลไปยังยุโรป แสดงให้เห็นถึงสัญญาเชิงบวกมากมายตั้งแต่ข้อตกลง EVFTA มีผลบังคับใช้เมื่อต้นเดือนนี้ ซึ่งจำนวนยอดคำสั่งซื้อต้นเดือนนี้ ในตลาดยุโรปเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับเดือนที่แล้ว ทั้งนี้ ประธานคณะกรรมการบริษัท Thuan Phuoc Seafood and Trading Corporation กล่าวว่าบริษัทมีการส่งออกกุ้งและผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากกุ้ง 3,000 ตัน ไปยังยุโรป ด้วยมูลค่าประมาณ 31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 และ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ตามลำดับ ขณะที่ คุณ Nguyen Thi Anh ผู้อำนวยการบริษัท Ngoc Xuan Seafood Corporation กล่าวว่าลูกค้าในยุโรปได้หันมาเจรจาด้านคำสั่งซื้อกับทางบริษัทอีกครั้งเมื่อเร็วๆนี้ นอกจากนี้ ทางสมาคมฯ มองว่าการแพร่ระบาดของ COVID-19 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และยอดส่งออกอาหารทะเลคาดว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 แม้ว่าตัวเลขดังกล่าวจะไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก แต่ว่าเห็นสัญญาในทิศทางที่เป็นบวกแก่ธุรกิจที่กลับมาฟื้นตัว หลังจากยอดคำสั่งซื้อล่าช้าและถูกยกเลิกออเดอร์

ที่มา : https://vietnamtimes.org.vn/vietnamese-seafood-exports-increase-after-evfta-comes-into-force-23620.html

นักการทูตและนักธุรกิจยุโรปกว่า 226 คน เดินทางไปยังเวียดนามสำหรับการลงทุน

สายการบิน Bamboo Airways ออจากแฟร้งค์เฟิรต์ บินไปท่าอากาศยานนานาติโหน่ยบ่ายที่ฮานอย เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม โดยคุณ Marko Walde หัวหน้าของคณะผู้แทนสหภาพยุโรป กล่าวว่าสิ่งนี้จะช่วยส่งเสริมการลงทุนและกิจกรรมการทำธุรกิจต่างๆ และจากการบินดังกล่าว ถือเป็นสัญลักษณ์ในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างอียู-เวียดนาม รวมถึงความร่วมมือของเยอรมันอีกด้วย นับว่าเป็นก้าวแรกเมื่อทำข้อตกลงการค้าเสรี EVFTA ที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 สิ.ค. 2563 ทั้งนี้ เวียดนามปิดสายการบินพาณิชย์ระหว่างประเทศและการเดินทางเข้ามาของชาวต่างชาติในช่วงสิ้นเดือนมี.ค. แต่ว่าอนุญาตได้กรณีที่ผู้เดินทางมีหนังสือเดินทางการทูตหรือเป็นผู้เชี่ยวชาญและแรงงานที่มีทักษะขั้นสูงเท่านั้น นอกจากนี้ ณ วันที่ 2 สิ.ค. เวียดนามมีจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 จำนวน 590 ราย และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย

ที่มา : https://english.vov.vn/economy/226-european-diplomats-businesspeople-arrive-in-vietnam-for-investment-activities-416822.vov