รัฐบาลสปป.ลาวเร่งผลิตวัวส่งออกไปจีน

รัฐบาลกำลังส่งเสริมให้เกษตรกรใน 18 จังหวัดทั่วประเทศเลี้ยงโคเพื่อส่งออก โดยได้แรงหนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากประเทศจีน ภายใต้ข้อตกลงที่ลงนามระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศ สปป.ลาวได้รับโควตาจำนวน 500,000 ตัวเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีน โดยมีแนวทางในการใช้ประโยชน์จาโครงการรถไฟสปป.ลาว-จีนเพื่อส่งเสริมศักยาภาพในการส่งออก ปัจจุบันสปป.ลาวมีแผนที่จะผลิตโคอย่างน้อย50,000 ตัวต่อปีและเป้าหมายการเลี้ยงคู่ผสมพันธุ์ที่จะออกลูกและสนับสนุนฟาร์มเป้าหมายกว่า 100 แห่งเพื่อขยายจำนวนให้เพียงพอต่อความต้องการ ความท้าทายอย่างหนึ่งที่สปป.ลาวต้องเผชิญคือความจำเป็นต้องใช้เงินลงทุน 1.76 ล้านล้านกีบเพื่อดำเนินโครงการผลิตโคเชิงพาณิชย์รวมถึงการควบคุมโรคระบาดในโคซึ่งจะเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการขยายพันธุ์เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการจากจีน

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_Govt_205_21.php

ธุรกิจจะได้ผลประโยชน์จากการดำเนินการรถไฟลาว-จีน

การรถไฟลาว-จีนอาจเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำหรับการพัฒนาของสปป.ลาว แต่รัฐบาลต้องมีแผนที่ชัดเจนว่าจะเพิ่มประโยชน์สูงสุดจากทางรถไฟมูลค่า 5.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ฯ ได้อย่างไร นางวาลี เวทสพงษ์ รองประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติสปป.ลาว กล่าวกับเวียงจันทน์ไทมส์เมื่อวันจันทร์ว่า “ทางรถไฟจะมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจของสปป.ลาวและจะให้แรงผลักดันอย่างมากในการเสริมสร้างความเชื่อมโยงของลาวและนานาประเทศเพื่อนบ้าน” ทั้งนี้ทางรถไฟจะส่งผลให้การท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนเติบโตทางรถไฟระยะทาง 422.4 กม. คาดว่าจะลดต้นทุนการขนส่งผ่านสปป.ลาวได้ร้อยละ 30-40 เมื่อเทียบกับการเดินทางทางถนน ด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของลาวคาดว่าจะได้รับประโยชน์อย่างมากจากปริมาณผู้โดยสารทางรถไฟที่เพิ่มขึ้นรวมถึงการอำนวยความสะดวกทางการค้า

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_Businesses_204.php

การลงทุนด้านการเกษตร การท่องเที่ยวสามารถสร้างงานได้มากขึ้น

ภาคการเกษตรและการท่องเที่ยวมีศักยภาพมหาศาลในการส่งเสริมการเติบโตอย่างครอบคลุมในสปป.ลาวทั้งในระยะกลางและระยะยาว ตามรายงานล่าสุดของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชียรายงาน “การพัฒนาเกษตรกรรมและการท่องเที่ยวเพื่อการเติบโตอย่างครอบคลุมในลาวจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสองภาคส่วนนี้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศหลังเกิดโรคระบาด ความเชื่อมโยงระหว่างการเกษตรกับการท่องเที่ยวสามารถส่งผลดีต่อทั้งการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและการพัฒนาที่ยั่งยืน ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับปรุงการเกษตรให้ทันสมัยเพื่อการเติบโตและการลดความยากจน โดยกล่าวว่าการลงทุนในการวิจัย การพัฒนา และการขยายผลทางการเกษตร ด้านการท่องเที่ยวนักเศรษฐศาสตร์ แนะว่าการท่องเที่ยวระหว่างประเทศจะมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้นเมื่อการระบาดใหญ่สงบลง เนื่องจากมีผู้คนรอเดินทางมากขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายมากขึ้น สปป.ลาวควรขยายการยกเว้นวีซ่านโยบายต่อประเทศที่มีรายจ่ายด้านการท่องเที่ยวขาออกสูง

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_Investment_203_21.php

ครม.คุมเข้มนำเข้ารถผิดกฎหมาย

รัฐบาลได้มีคำสั่งให้ดำเนินการกับบุคคลและธุรกิจที่นำเข้ายานพาหนะอย่างผิดกฎหมายและเพื่อป้องกันการใช้ยานพาหนะทุกประเภทอย่างไม่เหมาะสมโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้แน่ใจว่ามีการชำระภาษีศุลกากรและภาษีอื่น ๆ อย่างถูกต้อง คำสั่งดังกล่าวมีคำสั่งให้กระทรวง องค์กรเทียบเท่ากระทรวง และหน่วยงานท้องถิ่นทุกระดับป้องกันและแก้ไขปัญหาการนำเข้าและใช้งานยานพาหนะอย่างผิดกฎหมาย ทั้งนี้คำสั่งดังกล่าวยังมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำเข้า ใช้ แลกเปลี่ยน และขายยานพาหนะให้เป็นไปตามกฎหมาย และยังเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการบรรลุวาระแห่งชาติในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_
Govt202.php

สปป.ลาวเน้นย้ำความจำเป็นในการปฏิรูปสู่ดิจิทัล

ผู้นำระดับสูงของสปป.ลาวได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเร่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลให้สอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืน ศาสตราจารย์ ดร.บ่อเวียงคำ วงษ์ดารา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร ได้กล่าวถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงดิจิตัลการประชุม ITU Digital World 2021 “กระทรวงของเราได้ทำงานร่วมกับผู้ให้บริการและผู้ให้บริการโครงข่ายอินเตอร์เน็ตเพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้นในช่วงโควิด-19 นี้ และยังสนับสนุนการขยายเครือข่ายในกรณีที่จำเป็น” ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญในการเร่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลนั้นเกี่ยวข้องกับ (1) การทำงานร่วมกัน (2) การรับรองความพร้อมของระบบนิเวศและโครงสร้างพื้นฐาน และ (3) การสร้างขีดความสามารถในการรู้เท่าทันดิจิทัล

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_Laos201.php

สามเหลี่ยมทองคำ สธ. ขอแรงงานเพิ่ม

นักพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ในจังหวัดบ่อแก้ว ขอให้คณะทำงานด้านโควิด-19 ของจังหวัด ผ่อนปรนขั้นตอนการนำเข้าแรงงาน เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ เกิดขึ้นได้โดยไม่หยุดชะงัก ข้อเสนอเกิดขึ้นภายหลังความร่วมมือในการจัดการสายตรวจเพื่อป้องกันการเข้าเมืองของคนงานที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือผิดกฎหมายได้เกิดขึ้นแล้ว หลังจากที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดระบุพื้นที่หลัก 6 แห่งว่ามีความเสี่ยงสูง และตรวจสอบแต่ละอาคารอีกครั้ง ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อในโซนลดลง นางเฉิน จง รองประธานคณะกรรมการเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เรียกร้องให้ผู้นำจังหวัดพิจารณาอนุญาตให้คน 392 คนเริ่มทำงานในโซน โดยมีเงื่อนไขว่าพวกเขาจะกักตัวเป็นเวลา 28 วัน และกล่าวเพิ่มเติมว่า “จำเป็นต้องมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดเพื่อให้ส่งคนงานไปลาวได้รวดเร็วยิ่งขึ้นเพื่อให้พต่อความต้องการแรงงานที่มากขึ้นของสามเหลี่ยมทองคำ โดยในขณะนี้มีแรงงานจากเมียนมาร์และจีนเข้ามาจำนวนมากแล้ว” ถึงอย่างไรการจ้างแรงงานลาวและแรงงานต่างด้าวต้องดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัดเพื่อให้การดำเนินงานภายในเขตดำเนินการได้ตามปกติ

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_Golden_triangle_199.php

รัฐบาลตั้งเป้าใช้รถยนต์ไฟฟ้า 1 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2568

รัฐบาลตั้งเป้าที่จะเพิ่มจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าตามท้องถนนของประเทศเป็น 1% ภายในปี 2568 และมากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ในปี 2573 นายกรัฐมนตรีพันธุ์คำ วิภาวัณ ได้อนุมัตินโยบายใหม่เกี่ยวกับการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดการนำเข้าเชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซที่เป็นอันตรายเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในภาคการขนส่งเพื่อเพิ่มจำนวนผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า รัฐบาลจะไม่กำหนดข้อจำกัดในการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า แต่ยานพาหนะที่นำเข้าและจำหน่ายในประเทศลาวต้องได้มาตรฐานสากล ไม่เพียงแค่การส่งเสริมการนำเข้าแต่ยังแต่งตั้ง Electricite du Laos (EDL) เป็นผู้ให้บริการติดตั้งสถานีชาร์จเพื่อเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างครบวงจร นโยบายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์สำหรับปี 2573 และวิสัยทัศน์สำหรับปี 2593 อีกทั้งนโยบายนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการบรรลุวาระแห่งชาติในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_Govt_targets_198.php

จีนยืนยันสนับสนุนสปป.ลาวสู้โควิด

รัฐบาลจีนได้ยืนยันการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องสำหรับความพยายามของสปป.ลาวในการควบคุมการระบาดของโคโรนาไวรัส ซึ่งรวมถึงเป้าหมายในการฉีดวัคซีน 50% ของประชากรทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้ เจียง ไซตง เอกอัครราชทูตจีนประจำสปป.ลาว กล่าวกับสื่อว่า “รัฐบาลจีนจะจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมให้กับรัฐบาลสปป.ลาวภายใต้นโยบายของทั้งสองประเทศ เพื่อให้การสนับสนุนและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการรับมือกับโรคระบาด จีนยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับสปป.ลาวต่อไปเพื่อต่อสู้กับการระบาดของไวรัสในขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้น” การสนับสนุนนี้สะท้อนถึงมิตรภาพที่เกิดจากจิตวิญญาณของการเป็นหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์ที่ครอบคลุมของความร่วมมือที่สอดคล้อง 4 ด้าน เพื่อนบ้านที่ดี, เพื่อนที่ดี, สหายที่ดีและหุ้นส่วนที่ดี จนถึงขณะนี้ ลาวได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว 6 ชนิด มากกว่า 5.7 ล้านโดสและทางการยังคงดำเนินโครงการฉีดวัคซีนต่อไป และตั้งเป้าว่าจะฉีดวัคซีนให้กับประชากรร้อยละ 70 ภายในสิ้นปีหน้าเพื่อป้องกันโควิด-19 อย่างเต็มรูปแบบ

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_China
197.php

เอกชนวอนรัฐบาลยกเลิกข้อจำกัดโรงงาน

หอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว (LNCCI) ได้ขอให้คณะทำงานด้านโควิด-19 พิจารณาเปิดโรงงานในเมืองหลวงอีกครั้ง เพื่อลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและเศรษฐกิจปัจจุบันจนถึงขณะนี้ โรงงานเหล่านี้ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดอีกครั้งภายหลังการแพร่กระจายของไวรัสร้ายแรง หอการค้าอธิบายถึงความท้าทายที่โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าและโรงงานผลิตอื่น ๆ เผชิญเนื่องจากการปิดตัวลง โดยชี้ให้เห็นว่านักลงทุนบางรายอาจพิจารณาย้ายฐานการผลิตไปยังกัมพูชาหรือบังคลาเทศ หากการระบาดของไวรัสยังดำเนินต่อไปอีกนาน ดังนั้นการผ่อนคลายนโยบายเกี่ยวกับโรงงานจึงเป็นสิ่งสำคัญ การปิดโรงงานที่เกิดจากการระบาดของโควิด ทำให้ธุรกิจต่างๆ สูญเสียโอกาสทางการตลาดและเงินที่จำเป็นในการรักษาการดำเนินงานของพวกเขา ด้วยโครงการฉีดวัคซีนที่กำลังดำเนินไปได้ดี การยกเลิกการจำกัดเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวตาม LNCCI

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_Private196.php

กระทรวงเกษตรและป่าไม้ เตรียมส่งออกพืชผลไปจีน

กระทรวงเกษตรและป่าไม้หวังว่าจะใช้ประโยชน์จากการรถไฟลาว-จีน ซึ่งจะเปิดดำเนินการในเดือนธันวาคม ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการส่งออกผลิตผลทางการเกษตร เจ้าหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตรกล่าวว่ากระทรวงกำลังแนะนำให้หน่วยงานด้านการเกษตรปรับปรุงคุณภาพและผลผลิตของพืชผล 9 ชนิดเพื่อให้สามารถขายให้กับจีนได้หลังจากที่รัฐบาลลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัทจีนในเดือนพฤษภาคมปีนี้ มีมูลค่ารวมกันกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อการรถไฟลาว-จีนเริ่มดำเนินการในเดือนธันวาคม จะเป็นเส้นทางเชื่อมหลักระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งคาดว่าจะปรับปรุงการเชื่อมโยงทางการค้าและสนับสนุนกลยุทธ์ของสปป.ลาว โดยกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าระบุว่าตั้งแต่ปี 2558-2562 มูลค่าการส่งออกของลาวไปยังจีนเพิ่มขึ้นมากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปีและเมื่อรถไฟเริ่มดำเนินการ ก็จะเพิ่มมูลค่าการค้าให้ทั้งสองประเทศเพิ่มขึ้นอีกระดับ

ที่มา : https://www.vientianetimes.org.la/freeContent /FreeConten_Ministry_195_21.php