ชี้ขุมทรัพย์ของนักธุรกิจไทยในสปป.ลาวโดย SME แห่งสปป ลาว

นิตยา เพชดาวัน กรรมการสมาคม SME สปป.ลาว ได้ชี้ถึงโอกาสของนักลงทุนไทยในสปป.ลาว โดยเฉพาะในจุดที่แตกต่างระหว่างไทยกับสปป.ลาว ที่ถือเป็นความลงตัว สปป.ลาวยังมีทรัพยากรจำนวนมาก แต่ยังไม่สามารถแปรรูป แต่คนไทยทำได้หมด จึงอยากให้นักธุรกิจไทยให้ไปลงทุน ซึ่งโอกาสมีทั้งเรื่องธุรกิจอาหาร เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เสริมความงาม คนสปป.ลาวมีความมั่นใจในสินค้าไทยมาก มีความเชื่อว่าเป็นของดี สินค้าจากสองประเทศวางคู่กัน สินค้าแบรนด์ที่ Made in Thailand จะถูกเลือกซื้อไปก่อน เพราะมีราคาไม่สูงและเป็นสินค้ามีคุณภาพ และที่น่าสนใจคือการค้าชายแดนที่รัฐบาลสปป.ลาว ยึด 4 ข้อหลัก คือ การสร้างเขื่อนไฟฟ้า พัฒนาโครงการพื้นฐาน การลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ และผลักดันการลงทุนทั้งด้านเกษตรแปรรูป การศึกษา และโรงพยาบาล ด้านผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย มีศักยภาพมากพอที่จะเข้าไปลงทุนในด้านเกษตรแปรรูป (ที่ในปัจจุบันรัฐบาลเน้นเกษตรออร์แกนิค พืชผักปลอดสารพิษ) การศึกษา และโรงพยาบาล เช่นเดียวกัน ที่ผ่านมานักธุรกิจมักคิดว่าสปป.ลาวเป็นเมืองปราบเซียน ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเรื่องความไม่เข้าใจระหว่าง ที่ถูกต้องคือต้องไปกับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ถ้าจดทะเบียนตามระบบขั้นตอนที่ถูกต้องนั้น การันตีเลยว่าจะไม่โดนโกงอย่างแน่นอน นักธุรกิจที่ไม่ประสบความสำเร็จนั้นมีเป็นส่วนน้อย เพราะไทยกับ สปป.ลาวนั้นเชื่อมโยงใกล้ชิดกันอยู่แล้ว

ที่มา: https://news.mbamagazine.net/index.php/entrepreneurship/smes/item/1020-2018-08-13-02-49-26

อียูอาจคว่ำบาตรเมียนมา

อียูอาจคว่ำบาตรเมียนมา

EU กำลังเตรียมมาตรการคว่ำบาตรต่อเมียนมา กรณีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ หากถูกตัดสิทธิจริง แรงงานมากกว่า 4.5 แสนคนว่างงานทันที รายได้ส่งออกหายไป 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รัฐบาลของนางซูจีเผชิญปัญหาอย่างมากทั้งเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัวและการปฏิบัติต่อศาสนาและชาติพันธุ์ที่ต่างกัน UN เผยว่ามากว่า 6.8 หมื่นคนกลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศจากการสู้รบในรัฐกะฉิ่นและรัฐชาน ตั้งแต่ต้นปี60 เกิดพรรคการเมืองจากชนกลุ่มน้อยจากหลายฝ่าย บางพรรครวมตัวกันเพื่อการเลือกตั้งทั่วไปในปี63 เชื่อว่าอนาคตของนางซูจีและพรรคเริ่มจะไม่น่าจะดีขึ้นในอนาคต

ที่มา: https://www.thairath.co.th/content/1413281

 

มาตรการภาษี EU กระทบส่งออกข้าวกัมพูชา

มาตรการภาษี EU กระทบส่งออกข้าวกัมพูชา

กัมพูชากำลังมองหาตลาดใหม่ในการส่งออกข้าวทดแทน EU เนื่องจากการกำหนดภาษีเพื่อป้องกันอุตสาหกรรมผลิตข้าวของ EU ตามข้อร้องเรียนของสเปนและอิตาลี รองประธานสภาค้าข้าวแห่งกัมพูชา เผยแม้กัมพูชาจะได้รับประโยชน์จากสิทธิ EBA แต่มาตรการดังกล่าวที่ป้องกันการขาดดุลของ EU จะส่งผลให้กัมพูชาไม่สามารถแข่งขันได้ ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรรายงานว่าตัวส่งออกข้าว 9 เดือนแรก 389,264 ตัน ลดลง 8.4% และจีนยังเป็นตลาดสำคัญอีกทั้งยังเซ็น MOU ในการส่งเสริมการปลูกและตั้งเป้านำเข้าโควตาข้าวจากกัมพูชามากกว่า 300,000 ตัน

ที่มา: https://www.khmertimeskh.com/50548309/rice-exports-to-eu-to-be-hit-by-tariffs/

 

โครงการเหมืองทองคำแห่งแรกในกัมพูชา เริ่ม ต้นปี 2020

โฆษกกระทรวงเหมืองแร่และพลังงาน เผยบริษัท Emerald Resources จากออสเตรเลีย ได้รับใบอนุญาตการเข้าทำเหมืองแร่และทองคำไปเมื่อก.ค ที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อโครงการ The Okvau Gold ในจังหวัดมัณฑลคีรี จะสามารถเริ่มได้ตั้งแต่ต้นปี 2020 คาดว่าจะใช้เงินทุนมากกว่า 19.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สิ่งที่กัมพูชาจะได้คือ การจ้างงาน ภาษี รายรับจากสิทธิ์ใบอนุญาต แต่เรื่องคอรัปชั่นยังเป็นที่กังขาเพราะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลให้กับประชาชนได้ทราบเนื่องจากบริษัทได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศ

ที่มา: https://www.phnompenhpost.com/business/first-large-scale-gold-project-kingdom-early-2020

ผลกระทบการเพิกถอน EBA ต่ออสังหาริมทรัพย์กัมพูชา

GDP เติบโตเฉลี่ย 7% อย่างต่อเนื่อง หนึ่งในปัจจัยหลักคือ อสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วโดยมีการท่องเที่ยว เกษตรและอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มเป็นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศเป็นตัวผลักดัน จากสถิติ เผยว่าการจ้างงานภายในประเทศ 800,000 กว่าคน จากโรงงานสิ่งทอที่ขึ้นทะเบียนไว้ 1,522 แห่ง พื้นที่รอบๆ จึ่งมีมูลค่าสูงขึ้นส่งผลดีกับอสังหาฯ อย่างมาก แต่เมื่อมีการพิจารณาตัดสิทธิ์ EBA ของ EU อาจส่งผลกระทบกับอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างมาก แต่อีกในมุมหนึ่งอาจถึงเวลาที่ต้องพัฒนาแรงงาน เช่น ฝึกอบรมหรือปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมที่ใช้ทักษะสูงขึ้นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างที่จีนและเวียดนามกำลังเป็นอยู่

ที่มา: https://www.khmertimeskh.com/50547887/cancellation-of-eba-could-hit-kingdom-real-estate/

สปป.ลาวระดมเงินออกพันธบัตร 7พันล้านบาท

ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิต สปป.ลาว และอันดับเครดิตพันธบัตรเดิมที่ ที่ระดับ “BBB+” และแนวโน้มอันดับเครดิต “ลบ” ในขณะเดียวกันได้กำหนดอันดับเครดิตพันธบัตร ที่ออกใหม่มูลค่าไม่เกิน 7,000 ล้านบาท ที่ระดับ “BBB+” แนวโน้มอันดับเครดิต “ลบ” เช่นเดียวกัน คาดว่ารัฐบาล ยังต้องพึ่งพาแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศต่อไป เพื่อใช้ในการลงทุนของภาครัฐในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ในขณะที่การขาดแคลนข้อมูล ที่ทันสมัย ทั้งในด้านเศรษฐกิจการเงินการคลัง ตามข้อมูลของธนาคารแห่ง สปป.ลาว คาดว่าเศรษฐกิจปี 61 จะโต 6.5-7% ด้านหนี้ต่างประเทศมีมูลค่ากว่า 8,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี 60 หรือประมาณ 50% ของจีดีพี คาดว่าพันธบัตรรัฐบาลของ สปป.ลาว ที่ออกในไทยเมื่อรวมกับที่คาดว่าจะออกใหม่มูลค่า 219 ล้านดอลลาร์ จะมีมูลค่าคงเหลือ ณ สิ้นปี61 ประมาณ 1,740 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วน 16% ของมูลค่าหนี้ต่างประเทศทั้งหมดของรัฐบาล

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

เลือกตั้งซ่อมเมียนมา NLD ได้ 7 ที่นั่ง แพ้ 6 ที่นั่ง เหตุคนพื้นที่ไม่พอใจการทำงานของรัฐบาลซูจี

เอเอฟพีรายงานว่า พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ของนางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมา ออกมาแถลงเมื่อวันที่ 4 พ.ย.ว่า พรรคNLD คว้าเก้าอี้ในการเลือกตั้งซ่อมมาได้ 7 ที่นั่ง และพ่ายแพ้ 6 ที่นั่ง ที่มีการเลือกตั้งซ่อม 13 ที่นั่งในสภาสูงและสภาล่างรวมทั้งสภาท้องถิ่น ที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 3 พ.ยที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการทดสอบคะแนนเสียงในท้องถิ่นที่มีต่อพรรคNLD ของนางซูจี หลังจากคว้าชัยชนะอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งปี58 และเป็นอันสิ้นสุดยุคการปกครองของทหาร

ที่มา: https://www.prachachat.net/aseanaec/news-245071