ค้าออนไลน์ข้ามพรมแดนบูม

จากการเสนา “CLMV Cross-Border Digital Trade” โดยสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่าในปัจจุบันตลาดซื้อขายออนไลน์ของไทยโตขึ้นปีละ 30% มูลค่ากว่า 2 แสนล้านต่อปี เป็นรูปแบบ business-to-consumer (B2C) การขายสินค้าไปยังผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งเป็นจุดเด่นของธุรกิจในลักษณะนี้ โดยผู้ประกอบการ SMEs และกลุ่ม Startup ต้องเน้นเจาะตลาดกลุ่มพฤติกรรมที่ชื่นชอบผ่าน 3 ชองทางที่มาแรง ได้แก่ ผ่านโซเชียล (50%) ,e-Market place (30%), Online Platform (20%) โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ กลุ่มแฟชั่นเสื้อผ้า เครื่องสำอาง และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ขณะที่ตลาด CLMV ยังอยู่ในช่วงการพัฒนาระบบ ซึ่งตลาดรวมยังน้อยกว่าไทย ส่วนใหญ่ธุรกิจที่ไปลงทุนเป็นโซเลียลมีเดีย โดยปัจจุบันตลาดอินโดนีเซียน่าสนใจไม่แพ้เวียดนาม เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่ ทั้งนี้ นโยบายปั้นสตาร์อัพที่ภาครัฐผลักดันถือว่ามาถูกทาง แต่ควรมีนโยบายอย่างเป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง และผู้ประกอบการต้องสร้างอัตลักษณ์ตัวตนให้ชัดเจน สิ่งสำคัญ คือรัฐ และเอกชนต้องเดินไปในทิศทางเดียวกัน

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับที่ 15-18 ส.ค. 2562

พาณิชย์ แนะผู้ประกอบการใช้ E-Commerce ยกระดับการค้าใน CLMVT รับการแข่งขันยุคดิจิทัล หลังมีอัตราเติบโตสูง

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าการจัดงาน CLMVT Cross-Border Digital Trade เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการจัดงานประชุมระดับผู้นำ CLMVT Forum 2019 ที่ผ่านมา โดยการจัดงานครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมงานจากกลุ่มประเทศ CLMVT และอาเซียนกว่า 300 คน เพื่อเจาะลึกเรื่อง E-Commerce กับการค้าผ่านแดน สร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้ประกอบการในการนำข้อมูลการค้าดิจิทัลข้ามพรมแดนไปใช้ในการวางแผนและปรับกลยุทธ์ธุรกิจให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจการค้ายุคใหม่ และให้มุมมองของภาครัฐในการจัดทำข้อมูลการค้าผ่านระบบดิจิทัล เพื่อใช้ในการพัฒนาผู้ประกอบการ รวมถึงการกำหนดนโยบายและเสนอแนะแนวทางด้านเศรษฐกิจการค้าของประเทศได้อย่างถูกต้องแม่นยำมากขึ้น จึงเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการได้มีโอกาสสร้างเครือข่ายกันในภูมิภาคอีกด้วย โดยจากข้อมูลสถิติ พบว่าสัดส่วนของมูลค่า E-Commerce ในภูมิภาคแปซิฟิก แบบ B2C ใน GDP สูงที่สุดในโลกอยู่ที่ร้อยละ 4.5 และในปี 2562 มูลค่าของ E-Commerce ในภูมิภาคนี้จะอยู่ที่ 3.81 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยประเทศที่มีมูลค่าของ E-Commerce ของกลุ่มประเทศ CLMVT คือ ไทย ด้วยมูลค่า 3.1 ล้านล้านบาท ในปี 2561 

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq03/3024399

บางกอกแอร์เวย์สเปิดเที่ยวบินร่วม CLMV

นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (PG)  เปิดเผยว่า บริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)  เจ้าของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ได้ลงนามข้อตกลง ในการให้บริการเที่ยวบินร่วมกับสายการบิน เตอร์กิชแอร์ไลน์ (TK) เพื่ออำนวยความสะดวกผู้โดยสารเดินทางเชื่อมต่อจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) ผ่านเที่ยวบินของ บางกอกแอร์เวย์สไปแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทั้งในประเทศไทยและประเทศในกลุ่ม CLMV (กัมพูชา ,สปป.ลาว ,เมียนมา และเวียดนาม) โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา ครอบคลุมเส้นทาง กรุงเทพฯ-ดานัง (เวียดนาม) กรุงเทพฯ-เกาะฟู้โกว๊ก (เวียดนาม) กรุงเทพฯ-ย่างกุ้ง (เมียนมา) กรุงเทพฯ-มัณฑะเลย์ (เมียนมา) กรุงเทพฯ-เนปิดอว์ (เมียนมา) กรุงเทพฯ-เวียงจันทน์ (สปป.ลาว) และกรุงเทพฯ-หลวงพระบาง (สปป.ลาว) นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 เส้นทางได้แก่ กรุงเทพฯ-พนมเปญ และกรุงเทพฯ-เสียมราฐ รออนุมัติจากรัฐบาลประเทศกัมพูชา 

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

การย้ายฐานการผลิตของจีน

จากการเปิดประเทศของจีนเพียงแค่ 2 – 3 ทศวรรษทำไมถึงก้าวกระโดดแซงหน้าหลายๆ ประเทศเป็นรองเพียงแค่สหรัฐฯ ที่เป็นเช่นนี้ได้เพราะนโยบายและประชากรของที่มีมากกว่าพันสามร้อยล้านคน ทั้งจีนในยุคต้นๆ ใช้นโยบายดึงเอากลุ่มนักอุตสาหกรรมจากไต้หวันเข้ามา ในยุคนั้นค่าแรงในจีนยังไม่สูง ไต้หวันเองในยุคนั้นใช้นโยบาย โรงงานหลังบ้าน ซึ่งเป็นเพราะการพัฒนาเศรษฐกิจของไต้หวันยุคนั้น ใช้นโยบายสร้างเมกกะโปรเจ็กสิบประการ โดยการพัฒนาด้านเทคโนโลยี ทำการผลิตสินค้าไอทีเกิดขึ้น ขณะที่แรงงานมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งพอประเทศจีนเปิดประตูให้นักลงทุนชาวไต้หวัน เข้าไปลงทุนที่นั่น แต่มาวันนี้เริ่มมีการถอนการลงทุนกันมากขึ้น เนื่องจากค่าแรงสูง จนทำให้โรงงานที่ใช้แรงงานเป็นปัจจัยการผลิตหลัก (Labor Incentives) เริ่มหาฐานการผลิตแห่งใหม่ จีนจึงมองมาที่ประเทศฝั่ง CLMVT เพราะปัจจัยการลงทุนอย่าง เงินทุน ที่ดิน แรงงาน ถูกนั่นเอง ไทยได้เปรียบกว่า 4 ประเทศ เรื่องเงินทุน ไทยเรามีความเป็นไปได้สูงที่สุดในด้านการหาทุนมาดำเนินกิจการและราคาที่ดินถูกที่สุดเมื่อเทียบกับห้าประเทศ คือสามารถถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ ( Free Holds) นอกนั้นจะเป็นการถือครองสิทธิ์การเช่าระยะยาว ( Long Lease) ทั้งหมด มีแต่ค่าแรงงานเท่านั้นที่สูงกว่ากลุ่ม CLMV ทำให้เกิดการย้ายฐานเข้าไปที่ประเทศเพื่อนบ้านกันมากขึ้น ที่เห็นชัดๆ หลายบริษัทอย่าง เสื้อผ้า รองเท้า อาหาร ที่ใช้แรงงานเข้มข้นได้ย้ายไปที่เวียดนามกันหมด ดังนั้นนโยบายภาครัฐต้องดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ต้องระดมความคิดกัน และควรนำมาเป็นยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อจะได้ไม่ต้องวิ่งตามกระแส และป้องกันการย้ายฐานการผลิต

ที่มา: https://www.posttoday.com/aec/trade/592680