จีนเปิดร่องน้ำล้านช้าง-เลื่อนทำอีไอเอ กระทบเรือน้ำโขงสามเหลี่ยมทองคำ-หลวงพระบาง

เชียงราย – ทางการจีนเดินหน้าเต็มตัว..ลดระบายน้ำเขื่อนจิ่งหง-ลุยปรับปรุงร่องน้ำล้านช้าง ในเขตเชียงรุ่ง ตั้งแต่กาหลันป้า ยันท่าเรือกวนเหล่ย แต่เลื่อนเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในไทยไม่มีกำหนด กระทบเรือสินค้า-ท่องเที่ยวสามเหลี่ยมทองคำ-หลวงพระบาง รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย และนักธุรกิจลุ่มแม่น้ำโขง เผยการปรับปรุงร่องแม่น้ำโขงในเขตจีน ไม่มีผลกระทบต่อการเดินเรือสินค้าจาก อ.เชียงแสนขึ้นไปจีน แต่การลดการระบายน้ำจากเขื่อนจิ่งหงเพื่อเอื้อต่อการปรับปรุงร่องน้ำ ทำให้การเดินเรือยากลำบากขึ้น สำหรับโครงการปรับปรุงร่องแม่น้ำโขงดังกล่าวเป็นผลมาจากความร่วมมือโครงการเดินเรือพาณิชย์ลุ่มแม่น้ำโขงตอนบน 4 ชาติ ไทย สปป.ลาว เมียนมา และจีน ที่มีมาตั้งแต่ปี 2543 โดยจีนได้อาศัยข้อตกลงดังกล่าวประสานงานกับประเทศสมาชิกผ่านคณะกรรมการร่วมเพื่อประสานการดำเนินการ ตามความตกลงว่าด้วยการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง (JCCCN) ลงทุนปรับปรุงร่องแม่น้ำโขงตั้งแต่มณฑลยูนนาน-แขวงหลวงพระบาง ระยะทาง 809 กิโลเมตร

ที่มา : ผู้จัดการรายวัน 360 องศา

12/12/61

เวียดนามพยายามสร้างสรรค์อาชีพประมงอย่างยั่งยืน

จากรายงานระบุว่า ตั้งแต่เดือนต.ค. 60 สหภาพยุโรปหรืออียูได้ให้ใบเหลืองต่อการส่งออกสัตว์น้ำของเวียดนามจนถึงเดือนมิ.ย.ปีนี้  อียูได้ขยายเวลาการเตือนใบเหลืองดังกล่าวพร้อมส่งคณะปฏิบัติงานรวมทำการตรวจสอบการทำประมงในเวียดนาม แม้ยังไม่ประเมินเกี่ยวกับผลเสียหายจากการออกใบเหลืองดังกล่าวของอียู แต่การส่งออกสัตว์น้ำของเวียดนามไปยังตลาดอียูได้ประสบอุปสรรคต่างๆ ด้วยเหตุนี้ ทางการของเวียดนามได้พยายามปฏิบัติมาตรการต่างๆ เพื่อให้อียูยกเลิกใบเหลืองต่อสัตว์น้ำของเวียดนาม ซึ่งถือเป็นความมุ่งมั่นทางการเมืองของเวียดนามที่ถือข้อเสนอต่างๆ ของอียู และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอาชีพประมงอย่างยั่งยืน

ที่มา :  http://vovworld.vn/th-TH/เศรษฐกจ/เวยดนามพยายามสรางสรรคอาชพประมงอยางยงยน-706918.vov

12/12/61

ปั้นอิรวดีเมืองเศรษฐกิจใหม่

สำนักข่าวท้องถิ่นเมียนมาไทมส์ รายงานว่า นักลงทุนมองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจในเมียนมา โดยเฉพาะพื้นที่อิรวดี ที่ตอนนี้รัฐบาล กำลังให้ความสำคัญในการพัฒนา ทั้งด้านเกษตรกรรม การประมงและการปศุสัตว์ ตลอดจนป่าไม้ อุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคมและภาคส่วนการท่องเที่ยว อธิบดีคณะกรรมการการลงทุนและกำกับดูแลบริษัทDICA เผย แม้ว่าการส่งออกของเมียนมามาจากอิรวดีเป็นส่วนใหญ่ แต่กลับพบว่าการลงทุนในพื้นที่นี้น้อยมาก ซึ่งรัฐบาลเมียนมาคาดหวังว่าจะมีการลงทุนในพื้นที่นี้มากขึ้น หลังจากได้สร้างถนนเส้นใหม่เชื่อมโยงพื้นที่อิรวดีและย่างกุ้ง ตลอดจนโครงการไฟฟ้าของเมียนมาได้ก่อสร้างในภูมิภาคนี้ ทั้งนี้ รัฐบาลอิรวดี กำลังร่วมมือกับ รัฐยะไข่ และกระทรวงโยธาธิการเมียนมา ในการพัฒนาชายฝั่งตะวันตกของอิรวดี ให้เชื่อมต่อกับหาดเงวซอง หาดซวงทา พื้นที่ Shwe Thaung Yan ยาวไปจนถึง พื้นที่ตั่งตแว ของรัฐยะไข่ นอกจากนี้ชายฝั่งตะวันตกของอิรวดี ยังคงเชื่อมโยงกับ พื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจเมียนมา-จีน และเส้นทางเศรษฐกิจในอนุลุ่มแม่น้ำโขง

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12/12/61

เมียนมาเล็งหาตลาดส่งปศุสัตว์ใหม่

รองอธิบดีกรมเพาะพันธุ์ปศุสัตว์และสัตวแพทย์ สังกัดกระทรวงเกษตร ปศุสัตว์ และชลประทานเมียนมา เผยเมียนมาจะมองหาตลาดต่างชาติ แห่งใหม่สำหรับส่งออกปศุสัตว์ โดยขณะนี้ กำลังหาทางส่งออกไปยังอินเดียผ่าน จุดค้าขายชายแดนเมียนมา-อินเดีย รัฐบาลเมียนมากำลังเพิ่มความพยายามในการอำนวยความสะดวกให้กับ การส่งออกปศุสัตว์ เนื่องจากการค้าในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรท้องถิ่นและช่วยลดระดับหนี้สิน ข้อมูลทางการระบุว่า เมียนมาส่งออก ปศุสัตว์ท้องถิ่นส่วนใหญ่ไปยังจีน และที่เหลือไปยังไทยและบังกลาเทศ โดย ระหว่างเดือนธ.ค.60-61 เมียนมาส่งออกปศุสัตว์รวม 332,238 ตัว

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

12/12/61

สปป.ลาว ระดมความช่วยเหลือไปยังภาคการพัฒนาสังคม

รัฐบาลสปป.ลาวทำงานร่วมกับคู่ค้านการพัฒนาจัดทำยุทธศาสตร์เพื่อระดมความช่วยเหลือพัฒนาภาคสังคม ยุทธศาสตร์ที่วางแผนไว้สำหรับปี 2019-2030 ของประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อดึงดูดการระดมทุนเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาภาคสังคมโดยการลดความยากจนในด้านการศึกษาสุขภาพและชนบทเป็นจุดเน้นหลัก และให้ความกังวลเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาอย่างเป็นทางการ  ซึ่งประกอบด้วยเงินอุดหนุนและเงินกู้ที่ให้อัตราดอกเบี้ยต่ำ ในความพยายามที่จะระดมความช่วยเหลือจากต่างประเทศ รัฐบาลสปป.ลาวและคู่ค้าด้านการพัฒนาได้จัดประชุมโดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนการพัฒนาสังคมและมนุษย์สภาพแวดล้อม การเตรียมพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติ การข้ามพรมแดน และประเด็นเกี่ยวกับการปกครอง ฯลฯ

ที่มา : http://www.xinhuanet.com/english/2018-12/11/c_137665817.htm

12/12/61

สนามบินสีหนุวิลล์ เที่ยวบินและผู้โดยสารเพิ่มขึ้น

พบว่าตั้งแต่ ม.ค. – พ.ย. จากจำนวน 3,618 เที่ยวบินโดย มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นถึง 274,535 คน คิดเป็น 89% ในปัจจุบันมีสายการบินทั้งหมด 11 แห่งในสนามบิน สนามบินนี้รองรับจำนวนเที่ยวบิน 100 เที่ยวต่อสัปดาห์ โดยมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 90 ในจำนวนนี้มีชาวกัมพูชามากถึงร้อยละ 47 แบ่งเป็นสายการบินภายในประเทศ 6 สายและของต่างประเทศ 5 สาย ที่เป็นไฟท์บินตรงจากเวียดนาม มาเลเซียและ 15 จังหวัดของจีน เป็นผลมาจากการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจและความเสถียรภาพทางการเมือง ทำให้มีหลายสายการบินที่สนใจเข้าไปลงทุน รวมไปถึงบางกอกแอร์เวย์สที่มีแผนการจะเปิดไฟท์บินไปยังสีหนุวิลล์ในปีหน้า

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50558531/sville-airport-sees-sharp-increase-in-passengers/

12/12/61

กัมพูชาเก็บรายได้ภาษีกว่า 2,055.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 11 เดือนแรกของปี 2018

ภายใน 11 เดือนแรกของปี 2018 รัฐบาลกัมพูชาได้เก็บรวบรวมภาษีได้กว่า  2,055.71 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น106.88% ของแผนที่ตั้งไว้ มีรายได้เกิน 132.33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากรายงานภาษีของกรมภาษี (GDT) เรียกร้องให้มีการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายและการบริหารจัดการด้านการบริหารการเงินผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการตามกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังแนะนำให้ GDT พัฒนาและปรับปรุงงานตรวจสอบขององค์กร เพื่อเพิ่มกลไกการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม ใช้กลยุทธ์การระดมทุนรายได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้แผนปี 2019-2023

ที่มา : http://en.freshnewsasia.com/index.php/en/12246-2018-12-11-14-58-45.html

12/12/61

ททท.เปิดเส้นทางจักรยานดันเศรษฐกิจ สร้างรายได้ท่องเที่ยวโต 10%

จากนโยบายการส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมการปั่นจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวและกีฬาของ ททท.นั้นที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวเส้นทางจักรยาน เพื่อการท่องเที่ยวและการกีฬาใหม่ๆ การแข่งขันจักรยานในรายการต่างๆ ทำให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้ในปี 2561 ที่คาดการณ์ว่ามีมูลค่าถึง 1,700 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นร้อยละ 10 จากปีก่อน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและการจัดการแข่งขันจักรยานในภูมิภาคต่างๆ มากกว่า 2,000 ล้านบาท/ปี ในจำนวนนี้ เป็นรายได้จากต่างชาติมากถึงร้อยละ 30 นอกจากนี้ยังเปิดเส้นทางท่องเที่ยว 5 ภาคเมืองรอง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นอีกด้วย

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/820820

11/12/61

ไทยอ้าแขนรับนักท่องเที่ยวมุสลิมทั่วโลก ผุดยุทธศาสตร์นั่งอันดับ1 ในใจ

รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้วางเป้าหมายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ส่งเสริมนักท่องเที่ยวกลุ่มมุสลิม เพื่อให้ไทยเป็นอันดับหนึ่งของประเทศที่ไม่ใช่มุสลิมที่มีตลาดมุสลิมไปเยือนสูงสุด สังเกตจากการจัดทำดัชนีการท่องเที่ยวของชาวมุสลิมทั่วโลกประจำปี 2018 ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เดินทาง 131 ล้านคน ไทยได้ส่วนแบ่งประมาณ 3.6 10% ของตลาดชาวมุสลิมทั้งหมด ปัจจุบันไทยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับที่ 2 ในประเทศนอกกลุ่มประเทศสมาชิกอิสลาม (โอไอซี) จำนวนชาวมุสลิมเดินทางทั่วโลก 121 ล้านคนในปี 2559 คาดว่าปี 2563 จะเพิ่มขึ้นถึง 156 ล้านคน ด้านมูลค่าตลาดปัจจุบันอยู่ที่ 6.9 ล้านล้านบาท คาดในปี 2569 จะมูลค่าถึง 9.5 ล้านล้านบาท

ที่มา : https://www.thairath.co.th/content/1347813#cxrecs_s

11/12/61

 

ทย.เล็งทำสนามบินใหม่บึงกาฬ

รายงานข่าวจากกรมท่าอากาศยาน (ทย.) แจ้งว่า ทย.เตรียมของบประมาณปี 2563 จำนวน 6 ล้านบาท จ้างที่ปรึกษาศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างท่าอากาศยานบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ตามนโยบายรัฐบาล เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ประชาชน เพราะปัจจุบันเป็นจังหวัดที่มีระยะทางอยู่ห่างจากจังหวัดอื่นๆ ที่มีท่าอากาศยานเกิน 200 กิโลเมตร ตามเกณฑ์การขอสร้างสนามบินใหม่ ทั้งนี้  คาดว่าน่าจะเริ่มศึกษา ปลายปี 2562 ใช้เวลาศึกษาประมาณ 9 เดือน หากได้ข้อสรุปว่ามีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ หรือคุ้มค่าทางสังคม จะเสนอกระทรวงคมนาคม และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาจัดตั้งสนามบินแห่งใหม่ต่อไป

ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

11/12/61