รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานส่งเสริมการพัฒนาทักษะจำเป็นต่อแรงงาน

ปัญหาด้านแรงงานถือเป็นความท้าทายที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้นการพัฒนาทักษะของแรงงานเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดจึงเป็นสิ่งท้าทายต่อรัฐบาลเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขและพัฒนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมกล่าวว่า “ทางการจะช่วยเหลือแรงงานสปป.ลาวให้ประสบความสำเร็จและความพยายามในการปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานรวมถึงการพัฒนาแรงงานเพื่อให้มีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิผลต่อระบบเศรษฐกิจ” โครงสร้างแรงงานในปัจจุบันของสปป.ลาวขาดความชัดเจนขณะที่การพัฒนาทักษะและกลไกการจ้างงานยังไม่ครอบคลุมและระบบข้อมูลแรงงานยังไม่สมบูรณ์ นอกจากนี้ยังไม่มีการบังคับใช้กฎระเบียบเกี่ยวกับสิทธิของแรงงานอีกด้วย การพัฒนาทักษะและส่งเสริมสวัสดิการแรงงานให้ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะเป็นส่วนขับเคลื่อนให้ตลาดแรงงานของสปป.ลาวมีการพัฒนา

ที่มา : http://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_Improvement_230.php

กัมพูชาวางแผนเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ

กระทรวงเหมืองแร่และพลังงานกัมพูชากล่าวว่าก๊าซธรรมชาติ LNG จะมีบทบาทสำคัญในการจัดหาพลังงานของกัมพูชาในอนาคต รวมถึงมีการวางแผนที่จะผลิตไฟฟ้าจากโรงงาน LNG ให้ได้ถึง 3,600 เมกะวัตต์ภายในปี 2030 โดยรัฐบาลจะดึงดูดการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงาน LNG มากขึ้น แม้ว่าในปัจจุบันกัมพูชาจะไม่มีโรงงานผลิต LNG ภายในประเทศ ซึ่งกัมพูชาได้ปรับแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าในปี 2020-2030 ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีการใช้ก๊าซมากขึ้นในส่วนของการผลิตไฟฟ้าในอนาคต โดยคาดว่าเศรษฐกิจของกัมพูชาจะฟื้นตัวหลัง COVID-19 ในช่วงปี 2021 ดังนั้นความต้องการพลังงานของกัมพูชาจึงคาดว่าจะกลับมาอย่างแข็งแกร่ง ซึ่ง LNG จะมีบทบาทสำคัญในการตอบสนองความต้องการด้านพลังงานของกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการผลิตไฟฟ้าในการใช้ในอุตสาหกรรม การขนส่ง หรือจะในเชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัยก็ตาม

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50785544/cambodia-to-add-power-generation-from-natural-gas/

กัมพูชาเร่งสร้างทางด่วนสาย พนมเปญ-สีหนุวิลล์

กระทรวงโยธาธิการและการขนส่งของกัมพูชายืนยันว่าการก่อสร้างทางด่วนสายแรกของประเทศจะเสร็จสมบูรณ์ตามแผนที่วางไว้แม้จะเกิดวิกฤต COVID-19 ซึ่งโฆษกกระทรวงโยธาธิการและการขนส่งกล่าวเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วว่า ณ เดือนพฤศจิกายน การก่อสร้างแล้วเสร็จไปแล้วร้อยละ 27 โดยการก่อสร้างดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่บริษัทผู้ก่อสร้างซึ่งส่วนใหญ่เดินทางมาจากประเทศจีนแล้วยังไม่กลับมาเข้ามายังกัมพูชา ซึ่งโครงการทางด่วนพนมเปญ-สีหนุวิลล์ มีมูลค่าโครงการอยู่ที่ 2 พันล้านดอลลาร์ พัฒนาโดย China Road and Bridge Corporation (CRBC) โดยมีกำหนดเปิดใช้งานภายในเดือนมีนาคม 2023 ความยาวรวม 190 กิโลเมตร

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50785550/phnom-penh-sihanoukville-expressway-construction-to-be-complete-on-schedule/

ปีงบฯ 63-64 เมียนมาตั้งเป้าส่งออกอาหารทะเลทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เมียนมาคาดส่งออกผลิตภัณฑ์ทางทะเลมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณ 63-64 แม้จะหยุดชะงักจาก COVID-19  ซึ่งสูงกว่าปีงบประมาณ 62-63 ถึง 17% ที่ส่งออกได้ 853 ล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งสูงสุดในรอบ 20 ปีในเวลานั้น เมียนมาคาดว่าจะมีความต้องการจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งตั้งแต่ซาอุดีอาระเบียได้ยกเลิกการห้ามนำเข้าสินค้าประมงในปี 61  ผลิตภัณฑ์ทางทะเลส่วนใหญ่ส่งออกไปยังไทย จีน และยุโรป เมื่อเดือนที่แล้วท่าเรือของซาอุดีอาระเบียได้ยึดเรือประมงเมียนมาจำนวน 30 ตู้ มูลค่า 80,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อตู้เนื่องจากความสับสนในเรื่องศุลกากรและข้อกำหนดของนโยบาย ทั้งนี้กระทรวงเกษตรปศุสัตว์และชลประทานของเมียนมาจะสนับสนุนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในท้องถิ่นและชาวประมงที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากเพื่อเลี่ยงการหยุดชะงัก

ที่มา : https://www.mmtimes.com/news/myanmar-targets-us1b-marine-exports-fiscal-2020-21.html

รองผู้ว่าการแขวงจัดทำแผนแก้ไขปัญหาความยากจนของเด็ก

รองผู้ว่าการจาก 18 แขวงในสปป.ลาวได้มีการประชุมกัน ณ เมืองหลวงเวียงจันทน์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการ “Lao Generation 2030” ในที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับความมุ่งมั่นในการปฏิบัติโดยเฉพาะการพัฒนาข้อผูกพันตามบริบทที่มุ่งเน้นการลดความยากจนของเด็กในหลายมิติในระดับชาติผ่านแผนปฏิบัติการและงบประมาณ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรองประธานคณะกรรมาธิการแห่งชาติเพื่อความก้าวหน้าของสตรีแม่และเด็ก Mr.Alounkeo Kittikhoun กล่าวว่า“ เมื่อประเมินสถานการณ์โดยรวมในสปป.ลาวเราจะเห็นว่าประเทศมีความก้าวหน้าอย่างมากในการลดความยากจน ในช่วงทศวรรษ      ที่ผ่านมาข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่าความยากจนทางการเงินปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 18 และจำนวนเด็กที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนเหล่านี้อยู่ที่ร้อยละ 17 เปอร์เซ็นต์อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายสิ่งที่เราต้องทำเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของเด็กดังนั้นการประชุมครั้งนี้จึงมีความสำคัญเช่นเดียวกับแผนปฏิบัติการที่จะดำเนินการในระดับแขวงทั้ง 18 แขวง” ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องจัดทำแผนเฉพาะสำหรับแต่ละแขวงและจัดสรรทรัพยากรเพื่อนำไปสู่การปฎิบัติได้จริงและเด็กเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด

ที่มา :    http://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_Deputy_229.php

สหภาพยุโรปวางแผนร่วมพัฒนาโลจิสติกส์เพื่อเสริมสร้างการค้าระหว่างประเทศ

สมาคมธุรกิจโลจิสติกส์ (LOBA) และ หอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งยุโรป ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อพัฒนาการลงทุนการค้าและโลจิสติกส์ระหว่างกัมพูชาและจีน โดยประธาน LOBA กล่าวถึงโอกาสสำหรับทั้งนักลงทุนและการพัฒนาธุรกิจในอนาคตของทั้งสองประเทศ ซึ่งการทำงานร่วมกันระหว่าง LOBA และ EACHAM จะช่วยให้บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและส่งออกจากทั้งสองประเทศในการขนส่งสินค้าและการซื้อขายที่มีศักยภาพ ทั้งยังง่ายต่อการติดต่อและเพิ่มพันธมิตรทางธุรกิจร่วมด้วย โดยกัมพูชาและจีนยังได้ลงนามในข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่กำหนดไว้ว่าภาษีในการส่งออกของกัมพูชาจะลดลงเหลือร้อยละ 0 (สำหรับสินค้าส่วนใหญ่) เพื่อเป็นการสนับสนุนระบบเศรษฐกิจของกัมพูชา

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50785080/mou-aims-to-improve-logistics-to-strengthen-cambodia-china-trade/

การปรับโครงสร้างสินเชื่อของสถาบันทางการเงินในกัมพูชาขยายไปถึงปี 2564

ธนาคารแห่งชาติกัมพูชา (NBC) จะอนุญาตให้ธนาคารและสถาบันการเงินดำเนินการปรับโครงสร้างเงินกู้ต่อไปจนถึงกลางปี ​​2564 ตามจดหมายที่ส่งไปยัง Association of Banks in Cambodia (ABC) และ Cambodia Microfinance Association (CMA) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งจดหมายลงนามโดยผู้ว่าการ NBC ว่าด้วยการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในเรื่องเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 และผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลัน โดย NBC ได้ตัดสินใจที่จะขยายเงื่อนไขการปรับโครงสร้างเงินกู้ตามที่กำหนดในหนังสือเวียนเลขที่ B7-020-001 ซึ่งจะรวมถึงข้อกำหนดสำหรับการลดอัตราดอกเบี้ยและการยกเว้นค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมอื่นๆ โดยธนาคารกลางจะอนุญาตให้ปรับโครงสร้างได้ถึงสามครั้งโดยไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อการจัดประเภทเงินกู้ในช่วงเวลาที่อ้างถึงและระบุว่าสถาบันการเงินทุกแห่งจะต้องปฏิบัติตามการขยายเวลาตามที่กำหนดไว้ ซึ่งสถานการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในกัมพูชายังสามารถรักษาอัตราส่วนไว้ค่อนข้างต่ำในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณร้อยละ 2.5

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50785076/banks-and-fi-loan-restructuring-extended-until-mid-2021/

เวียดนามเผยข้อตกลง RCEP จะไม่ทำให้ขาดดุลการค้ามากขึ้น

จากตัวเลขสถิติ ชี้ให้เห็นว่าเวียดนามขาดดุลการค้ากับจีน เกาหลีใต้และอาเซียน อยู่ที่ 27.71, 21.37 และ 5.58 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ทำให้เกิดความกังวลว่าข้อตกลงดังกล่าวอาจทำให้เวียดนามขาดดุลการค้าพุ่งขึ้น ในขณะที่ ทางกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ระบุว่าเวียดนามได้เข้าร่วมความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) และเขตการค้าเสรี (FTA) กับอาเซียนและกลุ่มประเทศคู่ค้า ซึ่งหมายความว่าได้เปิดเสรีทางการค้าไปแล้ว ในระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ข้อตกลง “RCEP” มีเป้าหมายสำคัญ เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจและการลงทุน ด้วยเหตุนี้ ข้อตกลงดังกล่าว จะไม่ส่งผลกระทบต่อการขาดดุลการค้าในระยะยาวของเวียดนาม ทั้งนี้ นาย Nguyen Thi Quynh Nga รองผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายการค้าพหุภาคีของกระทรวงฯ เร่งให้ธุรกิจในประเทศศึกษาถึงข้อตกลงดังกล่าวอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและฝ่าอุปสรรคทางการค้าที่รุนแรงได้ในตลาดในประเทศ

  ที่มา : https://en.vietnamplus.vn/rcep-will-not-worsen-trade-deficit-ministry/190918.vnp

บ.น้ำมัน “PetroVietnam” ยังคงท็อป 3 บริษัทรายใหญ่ที่สุดในเวียดนามเป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน

ตามรายงานของ Vietnam Assessment Report (Vietnam Report) ร่วมกับ VietNamNet เปิดเผยการจัดอันดับอย่างเป็นทางการ 500 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม (VNR500) พิจารณาจากรายได้, กำไร, อัตราการเติบโต, แรงงาน, ส่วนของเจ้าของและสินทรัพย์รวม ซึ่งถือเป็นปีที่ 14 ติดต่อกัน โดยบริษัทน้ำมันแห่งชาติเวียดนาม (PetroVietnam) ติดอันดับที่ 3 จากจำนวน 500 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม รองจากซัมซุงเวียดนามที่อยู่ในอันดับที่ 1 และการไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) อันดับที่ 2 ทั้งนี้ บริษัท PetroVietnam  นับติดอันดับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน แสดงให้เห็นว่าธุรกิจได้ทำผลงานที่โดดเด่นในด้านการผลิตและการดำเนินธุรกิจ รวมถึงกำไรสูง ท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ที่มา : https://en.vietnamplus.vn/petrovietnam-remains-in-vietnams-top-3-largest-firms-for-10th-consecutive-year/190897.vnp

RCEP กระตุ้นภาคการผลิตของเมียนมา

งานวิจัยของ Oxford Business Group ชี้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) มีส่วนผลักดันการผลิตของเมียนมาโดยกลุ่มการค้าจาก 15 ประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อขยายฐานการผลิต สภาหอการค้าอังกฤษในเมียนมาเผยผู้ผลิตในท้องถิ่นระดับภูมิภาคและระดับโลกที่ต้องเข้าร่วมในตลาดอาเซียนกำลังใช้ประโยชน์จากโอกาสในเมียนมา เพราะเศรษฐกิจเมียนมาร์ยังมีความใหม่มีพื้นฐานทางการเกษตรและการผลิตโดยรวมอยู่ในช่วงเริ่มต้น มีฐานต้นทุนที่ต่ำ โครงสร้างพื้นฐานที่กำลังเติบโตและรัฐบาลที่เปิดกว้าง รัฐบาลใหม่ของนางอองซานซูจี ตอนนี้ถึงเวลาสร้างและเสริมสร้างขีดความสามารถของกระทรวงต่างๆเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน RCEP อย่างมีประสิทธิผลแ 5 ปีที่ผ่านมาธุรกิจจากต่างประเทศมีการลงทุนลงทุนกว่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในธุรกิจการผลิต 711 แห่ง ส่วนใหญ่จากญี่ปุ่นและสิงคโปร์ลงทุน 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐใน 50 ธุรกิจในเขตเศรษฐกิจพิเศษ จากรายงานของคณะกรรมการด้านการลงทุนและการบริหารบริษัท (DICA) การลงทุนภาคการผลิตมีมูลค่ามากที่สุดในช่วงปี 2559 ถึง 2563 ด้วยมูลค่า 7.4 พันล้านดอลลาร์  โดย RCEP ได้ลงนามเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 63 ที่ผ่านมาในการประชุมสุดยอดอาเซียน ซึ่งมีประเทศร่วมลงนาม ได้แก่ 10 ประเทศจากอาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ RCEP มีประชากรคิดเป็น 30% ของประชากรโลก และขนาดของเศรษฐกิจจะเท่ากับ 28% ของ GDP โลก โดยกลุ่มอาเซียนที่เข้าร่วม ได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย สปป.ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม

ที่มา: https://www.mmtimes.com/news/new-asean-led-trade-deal-boost-myanmar-manufacturing-sector.html