ไทยเรียกร้องหน่วยงานสปป.ลาวศึกษาผลกระทบเขื่อนชนะคาม

รองนายกรัฐมนตรีประวิทย์วงษ์สุวรรณวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือและหาแนวทางในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการเขื่อนชนะคามในสปป.ลาว ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของเขื่อนเนื่องจากอยู่ห่างจากชายแดนไทยเพียง 2 กิโลเมตรดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับคำสั่งให้มุ่งเน้นและวิเคราะห์ผลกระทบของเขื่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความสมบูรณ์ของโครงสร้างถึงแม้โครงการดังกล่าวจะเป็นของสปป.ลาว แต่เพื่อร่วมกันจัดการแม่น้ำโขงในลักษณะที่ยั่งยืนในฐานะทรัพยากรร่วมประเทศสมาชิกที่วางแผนจะสร้างโครงการตามแม่น้ำโขงต้องดำเนินการปรึกษาหารือล่วงหน้ากับผู้อยู่อาศัยและหน่วยงานท้องถิ่นก่อน เขื่อนชนะคามเป็นโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ 6 โครงการล่าสุดที่รัฐบาลสปป.ลาววางแผนไว้ ผู้พัฒนาคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างเขื่อนได้ในปีนี้ เมื่อเขื่อนนี้แล้วเสร็จจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 684 เมกะวัตต์จะมีมูลค่าประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (62.4 พันล้านบาท) และจะขายไฟฟ้าที่ผลิตให้ประเทศไทยเป็นหลัก 

ที่มา : https://www.bangkokpost.com/thailand/general/1962023/agencies-told-to-find-ways-to-mitigate-laos-dam-impact

ผู้ประกอบการธุรกิจในกัมพูชาเริ่มลงทะเบียนเข้าสู่ระบบออนไลน์ของภาครัฐฯ

จำนวนบริษัทที่ลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ใหม่ของรัฐบาลได้รับการยืนยันเป็น 287 บริศัท ณ วันที่ 29 กรกฎาคม ขณะที่ 323 บริษัท กำลังรอการอนุมัติตามข้อมูลจากกระทรวงเศรษฐกิจและการเงิน (MEF) โดยที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการเงินกล่าวว่าจำนวนธุรกิจที่จดทะเบียนผ่านระบบออนไลน์แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจยังคงเปิดดำเนินการในช่วงของการแพร่ระบาดของ COVID-19 นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่าการลงทะเบียนออนไลน์ใหม่นั้นราบรื่นและประสานงานกับกรมสรรพากรทั่วไปภายใต้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงแรงงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งการจดทะเบียนธุรกิจบนแพลตฟอร์มเทคโนโลยีสารสนเทศจะทำให้กระบวนการต่างๆทางธุรกรรมใช้เวลาและค่าใช้จ่ายน้อยลง รวมถึงมีความซับซ้อนน้อยกว่าระบบอะนาล็อกในแบบเดิม

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50751123/business-owners-embrace-new-online-registration-system/

รัฐบาลกัมพูชาชะลอการเก็บภาษีสำหรับธุรกิจภาคการท่องเที่ยว

รัฐบาลกัมพูชาได้ประกาศให้มีการยกเว้นภาษีสำหรับธุรกิจการท่องเที่ยวต่ออีกสองเดือน โดยหวังว่าจะช่วยลดภาระของกิจการในปัจจุบันจากผลกระทบของ COVID-19 ซึ่งประกาศผ่านมาตรการรับมือเศรษฐกิจของกัมพูชาต่อ COVID-19 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยกระทรวงการท่องเที่ยวเริ่มพัฒนากลยุทธ์เพื่อทยอยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งจากการประกาศมาตรการได้รวมไปถึงการยกเว้นภาษีทุกประเภท สำหรับโรงแรม เกสต์เฮาส์ ร้านอาหารและตัวแทนการท่องเที่ยวที่ลงทะเบียนกับกรมสรรพากรทั่วไป ตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน โดยรัฐบาลจะขยายเวลาการยกเว้นภาษีขั้นต่ำอีกสองเดือนให้แก่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวภายในประเทศกัมพูชา ซึ่งประธานสมาคมตัวแทนการท่องเที่ยวกัมพูชา (CATA) ยินดีต่อการตัดสินใจของรัฐบาลโดยกล่าวว่าจะช่วยลดภาระในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50750936/govt-extends-tax-holiday-for-tourism-sector/

สนามบินเจาะพยูได้รับการซ่อมแซมซ่อมพร้อมยกระดับ

รัฐบาลเมียนมาได้จัดสรรเงินทุนเพื่อซ่อมแซมและยกระดับสนามบินเจาะพยู มากกว่า 500,000 ล้านจัต ในปีงบประมาณ 2563-2564 โดยมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงการท่องเที่ยวในภูมิภาคอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ สำหรับผลิตภัณฑ์ประมงของยะไข่ และเพื่อเป็นการดึงดูดการลงทุนระหว่างประเทศมากขึ้น ซึ่งสนามบินในสถานะปัจจุบันไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่ทันสมัยสำหรับการเดินทางของผู้โดยสาร โดยงบประมาณ 400 ล้านจัตจะใช้เพื่อซ่อมแซมและขยายรันเวย์สนามบินจาก 2,500 ฟุตเป็น 7500 ฟุต นอกจากนี้ยังมีการเสนอเพิ่มอีก 100,000 ล้านจัต เพื่อขยายอาคารผู้โดยสารที่สนามบินทำให้สามารถรองรับเครื่องบิน ART-72 สองเครื่องในเวลาเดียวกัน หากได้รับการอนุมัติสนามบินจะได้รับการพัฒนาก่อนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเจาะพยู (SEZ) ซึ่งจะประกอบด้วยเขตอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึกเมื่อเสร็จสมบูรณ์ SEZ เป็นส่วนสำคัญในทางเดินระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ One Belt One Road ของจีนซึ่งครอบคลุมหลายประเทศในเอเชีย นอกจากนี้ยังจะเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูง คุนหมิง-มูเซ-มัณฑะเลย์ -เจาะพยู ทั้งหมดนี้คาดว่าจะเพิ่มจำนวนนักเดินทางไปและกลับจากเจาะพยูในปีต่อ ๆ ไป ด้วยเหตุนี้การมีสนามบินที่ทันสมัยและใช้งานได้จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล

ที่มา: https://www.mmtimes.com/news/kyaukphyu-airport-receive-funds-repairs-upgrades.html

บีโอไอนำผู้ประกอบการไทยจับมือรับช่วงผลิตกับบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์

นางสาวซ่อนกลิ่น  พลอยมี ผู้อำนวยการกองพัฒนาและเชื่อมโยงการลงทุน (BUILD) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) (ที่ 3 จากซ้าย) จับมือกับสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย และบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้ประกอบการ SMEs ไทยเข้าเยี่ยมชมสายการผลิต พร้อมรับฟังนโยบายการจัดซื้อชิ้นส่วนจากบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำของโลก เช่น อีวี ชาร์จเจอร์ สวิชชิ่งเพาเวอร์ซัพพลาย และให้บริการการจัดการระบบความร้อนและกำลังไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ เป็นต้น โดยกิจกรรมนี้จะก่อให้เกิดการสั่งซื้อชิ้นส่วนระหว่างผู้ประกอบการ SMEs ไทย กับบริษัทเดลต้าต่อไป

ที่มา: https://www.thansettakij.com/content/Macro_econ/444169?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=Macro_econ

INFOGRAPHIC : นักท่องเที่ยวต่างชาติราว 4 ล้านคน เดินทางมายังเวียดนาม ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้

ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2563 นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมายังเวียดนาม ประมาณ 3.67 ล้านคน ลดลงร้อยละ 61.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ที่มา : https://en.vietnamplus.vn/nearly-four-million-international-tourist-arrivals-visit-vietnam-in-first-7-months/179607.vnp

นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมายังกัมพูชาลดลงร้อยละ 98.8 ในเดือน ก.ค.

อุทยานอังกอร์สถานที่ท่องเที่ยวของกัมพูชาได้ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพียง 1,790 คน ในเดือนกรกฎาคม 2563 ลดลงกว่าร้อยละ 98.8 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว ทำรายได้อยู่ที่ 78,440 ดอลลาร์สหรัฐ จากการขายตั๋วในเดือนกรกฎาคมปีนี้ โดยเสริมว่าในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด 389,630 คน ซึ่งมีรายได้เกือบ 18.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการขายตั๋วลดลงร้อยละ 72 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามายังกัมพูชาเนื่องจากการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ซึ่งบังคับให้กัมพูชาต้องจำกัดการเข้าประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่เดือนมีนาคมเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของไวรัส โดยกัมพูชามีผู้ติดเชื้อ COVID-19 ยืนยันแล้วรวม 239 ราย รักษาหายแล้ว 166 ราย

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50750844/foreign-tourists-to-cambodias-angkor-down-98-8-percent-in-july-due-to-pandemic/

สมาคมรองเท้ากัมพูชาเรียกร้องให้ EU เลื่อนการถอดถอน EBA ของกัมพูชา

พนักงานมากกว่า 40,000 คน ในภาคการผลิตรองเท้าได้รับผลกระทบแล้วในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากการระบาดของ COVID-19 ที่กำลังดำเนินอยู่ โดยแรงงานกว่า 40,000 คน ในอุตสาหกรรมมีความเสี่ยงที่จะตกงาน ซึ่งข้อมูลถูกเปิดเผยโดยสมาคมรองเท้ากัมพูชา (CFA) ในแถลงการณ์ โดยได้ขอให้สหภาพยุโรปชะลอการถอนสิทธิพิเศษทางการค้า (EBA) ซึ่งสหภาพยุโรปถอดถอนสิทธิพิเศษของกัมพูชาจากปัญหาสิทธิมนุษยชนภายในประเทศ รวมถึง CFA ประกาศถึงปริมาณการสั่งซื้อที่มีอยู่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2020 ที่จะส่งผลให้โรงงานกว่า 70 แห่ง ของสมาชิกในกลุ่มกำลังเตรียมการสำหรับการลดการจ้างงานต่อไป

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50750848/cambodia-footwear-association-appeals-to-eu-again-to-postpone-eba-withdrawal-says-80000-jobs-at-risk/

อนุสัญญาว่าด้วยความร่วมมือว่าด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ (CCM) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิต

สปป.ลาวจะยังคงได้รับประโยชน์จากการเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ (CCM) เพื่อลดผลกระทบของอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ยังไม่ระเบิด (UXO) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนที่ได้รับผลกระทบความเสี่ยงของระเบิดที่ยังไม่ถูกเก็บกู้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมและประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการแห่งชาติของคณะทำงาน UXO กล่าวว่า “สปป.ลาวมีความคืบหน้าสำคัญในข้อผูกพันเหล่านี้ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา วิธีการสำรวจได้รับการแก้ไขและปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นเพื่อลดความเสี่ยง” นอกจากนี้ยังกล่าวอีกว่าการลงนามในอนุสัญญา CCM ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสปป.ลาวเพราะเป็นกลยุทธ์ที่ยั่งยืนเพื่อให้แน่ใจว่าชีวิตปลอดภัยจาก UXO และความมั่นคงของประเทศที่จะมีเสถียรภาพมากขึ้น

ที่มา : http://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_Convention_148.php

การวางรางรถไฟสปป.ลาว – จีน คืบหน้าไปกว่า 20%

บริษัท Laos-China Railway จำกัด ได้แจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการระยะทาง 414.3 กม. ว่าการดำเนินงานของรากฐานจากนครเวียงจันทน์ไปยังชายแดนสปป.ลาว-​​จีนในแขวงหลวงน้ำทาเสร็จสมบูรณ์100% และการวางรางเหล็กคืบหน้าไปกว่า 21.4% ซึ่งปัจจุบันมีการเจาะอุโมงค์ 71 แห่งใน 75 อุโมงค์และการก่อสร้างสะพานรถไฟคืบหน้าไปกว่า 88% การติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงดำเนินการไปแล้ว 57.4 % อย่างไรก็ตามบางสถานียังไม่ได้เริ่มก่อสร้างเนื่องจากผลกระทบรุนแรงจาก COVID-19 และหลายพื้นที่ยังอยู่ในระหว่างการไกล่เกลี่ยกับผู้ถือครองที่ดิน ตามที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ 8 ของรัฐสภา (NA) ยังมีกระแสความคิดเห็นสาธารณะที่มั่นคงเกี่ยวกับค่าตอบแทนที่ไม่แน่นอนในแขวงอุดมไซและนครเวียงจันทน์ ดังนั้น NA จึงแนะนำให้คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องของทั้งสองแขวงยังคงทำงานร่วมกับผู้ที่ได้รับผลกระทบเพื่อให้ได้ข้อยุติที่น่าพอใจ

ที่มา : http://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_Laos_china_148.php