แขวงบ่อแก้วเพิกถอน 7 โครงการที่ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ

แขวงบ่อแก้วได้เพิกถอน 7 โครงการที่ไม่ได้มีการดำเนินการ เนื่องจากผู้ลงทุนละเมิดข้อตกลงที่ลงนามกับรัฐบาล เจ้าแขวงบ่อแก้วกล่าวว่าทางการกำลังตรวจสอบโครงการลงทุนทั่วแขวงที่ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลเพื่อพิจารณาว่ายังไม่ได้เริ่มดำเนินการ สิ่งนี้กำลังดำเนินการเพื่อเพิ่มการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมในแขวงบ่อแก้ว เนื่องจากแขวงสูญเสียโอกาสในการพัฒนาพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรสำหรับโครงการดังกล่าว รายงานหนังสือพิมพ์ Lao Phatthana กล่าวว่าจากการตรวจสอบพบว่ามีสวนกล้วยเพียง 13 แห่งจาก 60 แห่งที่จดทะเบียนธุรกิจ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เรียกร้องให้มีการทำเอกสาร เจ้าของสวนบางแห่งได้กลับบ้านเนื่องจากการระบาดใหญ่ของ Covid-19 และเจ้าหน้าที่ต้องรอให้กลับมาเพื่อดำเนินการจดทะเบียนให้เสร็จสิ้น ปัจจุบันพื้นที่เพาะปลูกกล้วยในแขวงบ่อแก้วครอบคลุม 6,000 เฮกตาร์ลดลงจาก 11,000 เฮกตาร์เมื่อหลายปีก่อน เกษตรกรท้องถิ่นได้ปลูกพืชชนิดอื่นในพื้นที่ที่เคยปลูกกล้วยและมีการขายผลผลิตในแขวงบ่อแก้วและแขวงใกล้เคียง

ที่มา :  http://www.vientianetimes.org.la/freeContent/FreeConten_Bokeo_149.php

ไทยเรียกร้องหน่วยงานสปป.ลาวศึกษาผลกระทบเขื่อนชนะคาม

รองนายกรัฐมนตรีประวิทย์วงษ์สุวรรณวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือและหาแนวทางในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการเขื่อนชนะคามในสปป.ลาว ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของเขื่อนเนื่องจากอยู่ห่างจากชายแดนไทยเพียง 2 กิโลเมตรดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับคำสั่งให้มุ่งเน้นและวิเคราะห์ผลกระทบของเขื่อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความสมบูรณ์ของโครงสร้างถึงแม้โครงการดังกล่าวจะเป็นของสปป.ลาว แต่เพื่อร่วมกันจัดการแม่น้ำโขงในลักษณะที่ยั่งยืนในฐานะทรัพยากรร่วมประเทศสมาชิกที่วางแผนจะสร้างโครงการตามแม่น้ำโขงต้องดำเนินการปรึกษาหารือล่วงหน้ากับผู้อยู่อาศัยและหน่วยงานท้องถิ่นก่อน เขื่อนชนะคามเป็นโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ 6 โครงการล่าสุดที่รัฐบาลสปป.ลาววางแผนไว้ ผู้พัฒนาคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างเขื่อนได้ในปีนี้ เมื่อเขื่อนนี้แล้วเสร็จจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 684 เมกะวัตต์จะมีมูลค่าประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (62.4 พันล้านบาท) และจะขายไฟฟ้าที่ผลิตให้ประเทศไทยเป็นหลัก 

ที่มา : https://www.bangkokpost.com/thailand/general/1962023/agencies-told-to-find-ways-to-mitigate-laos-dam-impact

ผู้ประกอบการธุรกิจในกัมพูชาเริ่มลงทะเบียนเข้าสู่ระบบออนไลน์ของภาครัฐฯ

จำนวนบริษัทที่ลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ใหม่ของรัฐบาลได้รับการยืนยันเป็น 287 บริศัท ณ วันที่ 29 กรกฎาคม ขณะที่ 323 บริษัท กำลังรอการอนุมัติตามข้อมูลจากกระทรวงเศรษฐกิจและการเงิน (MEF) โดยที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการเงินกล่าวว่าจำนวนธุรกิจที่จดทะเบียนผ่านระบบออนไลน์แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจยังคงเปิดดำเนินการในช่วงของการแพร่ระบาดของ COVID-19 นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่าการลงทะเบียนออนไลน์ใหม่นั้นราบรื่นและประสานงานกับกรมสรรพากรทั่วไปภายใต้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงแรงงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งการจดทะเบียนธุรกิจบนแพลตฟอร์มเทคโนโลยีสารสนเทศจะทำให้กระบวนการต่างๆทางธุรกรรมใช้เวลาและค่าใช้จ่ายน้อยลง รวมถึงมีความซับซ้อนน้อยกว่าระบบอะนาล็อกในแบบเดิม

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50751123/business-owners-embrace-new-online-registration-system/

รัฐบาลกัมพูชาชะลอการเก็บภาษีสำหรับธุรกิจภาคการท่องเที่ยว

รัฐบาลกัมพูชาได้ประกาศให้มีการยกเว้นภาษีสำหรับธุรกิจการท่องเที่ยวต่ออีกสองเดือน โดยหวังว่าจะช่วยลดภาระของกิจการในปัจจุบันจากผลกระทบของ COVID-19 ซึ่งประกาศผ่านมาตรการรับมือเศรษฐกิจของกัมพูชาต่อ COVID-19 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยกระทรวงการท่องเที่ยวเริ่มพัฒนากลยุทธ์เพื่อทยอยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งจากการประกาศมาตรการได้รวมไปถึงการยกเว้นภาษีทุกประเภท สำหรับโรงแรม เกสต์เฮาส์ ร้านอาหารและตัวแทนการท่องเที่ยวที่ลงทะเบียนกับกรมสรรพากรทั่วไป ตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน โดยรัฐบาลจะขยายเวลาการยกเว้นภาษีขั้นต่ำอีกสองเดือนให้แก่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวภายในประเทศกัมพูชา ซึ่งประธานสมาคมตัวแทนการท่องเที่ยวกัมพูชา (CATA) ยินดีต่อการตัดสินใจของรัฐบาลโดยกล่าวว่าจะช่วยลดภาระในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา : https://www.khmertimeskh.com/50750936/govt-extends-tax-holiday-for-tourism-sector/

สนามบินเจาะพยูได้รับการซ่อมแซมซ่อมพร้อมยกระดับ

รัฐบาลเมียนมาได้จัดสรรเงินทุนเพื่อซ่อมแซมและยกระดับสนามบินเจาะพยู มากกว่า 500,000 ล้านจัต ในปีงบประมาณ 2563-2564 โดยมีจุดประสงค์เพื่อปรับปรุงการท่องเที่ยวในภูมิภาคอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ สำหรับผลิตภัณฑ์ประมงของยะไข่ และเพื่อเป็นการดึงดูดการลงทุนระหว่างประเทศมากขึ้น ซึ่งสนามบินในสถานะปัจจุบันไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่ทันสมัยสำหรับการเดินทางของผู้โดยสาร โดยงบประมาณ 400 ล้านจัตจะใช้เพื่อซ่อมแซมและขยายรันเวย์สนามบินจาก 2,500 ฟุตเป็น 7500 ฟุต นอกจากนี้ยังมีการเสนอเพิ่มอีก 100,000 ล้านจัต เพื่อขยายอาคารผู้โดยสารที่สนามบินทำให้สามารถรองรับเครื่องบิน ART-72 สองเครื่องในเวลาเดียวกัน หากได้รับการอนุมัติสนามบินจะได้รับการพัฒนาก่อนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเจาะพยู (SEZ) ซึ่งจะประกอบด้วยเขตอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึกเมื่อเสร็จสมบูรณ์ SEZ เป็นส่วนสำคัญในทางเดินระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ One Belt One Road ของจีนซึ่งครอบคลุมหลายประเทศในเอเชีย นอกจากนี้ยังจะเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูง คุนหมิง-มูเซ-มัณฑะเลย์ -เจาะพยู ทั้งหมดนี้คาดว่าจะเพิ่มจำนวนนักเดินทางไปและกลับจากเจาะพยูในปีต่อ ๆ ไป ด้วยเหตุนี้การมีสนามบินที่ทันสมัยและใช้งานได้จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล

ที่มา: https://www.mmtimes.com/news/kyaukphyu-airport-receive-funds-repairs-upgrades.html

บีโอไอนำผู้ประกอบการไทยจับมือรับช่วงผลิตกับบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์

นางสาวซ่อนกลิ่น  พลอยมี ผู้อำนวยการกองพัฒนาและเชื่อมโยงการลงทุน (BUILD) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) (ที่ 3 จากซ้าย) จับมือกับสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย และบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้ประกอบการ SMEs ไทยเข้าเยี่ยมชมสายการผลิต พร้อมรับฟังนโยบายการจัดซื้อชิ้นส่วนจากบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำของโลก เช่น อีวี ชาร์จเจอร์ สวิชชิ่งเพาเวอร์ซัพพลาย และให้บริการการจัดการระบบความร้อนและกำลังไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ เป็นต้น โดยกิจกรรมนี้จะก่อให้เกิดการสั่งซื้อชิ้นส่วนระหว่างผู้ประกอบการ SMEs ไทย กับบริษัทเดลต้าต่อไป

ที่มา: https://www.thansettakij.com/content/Macro_econ/444169?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=Macro_econ